สำหรับหลาย ๆ คนที่ดูบาสเกตบอลกันมาอย่างยาวนานแล้ว เราเชื่อว่าทุกคนเองก็คงจะอินกับเกมการแข่งขันในทุก ๆ แมตซ์
อย่างเพลิดเพลิน เพราะว่าทีมบาสแต่ละทีมเองก็มีเอกลักษณ์การแล่น รวมถึงสไตล์การทำทีมที่ค่อนข้างมีแนวทางเป็นของตัวเอง แต่เพราะความสนุกของคุณที่ถลำลึกเข้าไปในโลกแห่งบาสมากเกินไปนี้เองที่ให้เวลาที่คุณจะชักชวนใครสักคนมาดูบาสเกตบอล มันเลยกลายเป็นเรื่องยาก เพราะว่าในกีฬาบาสเองก็ค่อนข้างที่จะมีการใช้ศัพท์ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเฉพาะตัวอยู่พอสมควรเลยทีเดียว แถมยิ่งพอเราอ่านในข่าวต่าง ๆ เราแทบจะยิ่งงงหนักไปกับคำที่ถูกใช้ในข่าวกันไปอีก จึงทำให้มีหลายคนที่ถอดใจและเลิกสนกีฬาบาสไปโดยปริยาย
ซึ่งเราเองก็เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้มันจึงทำให้ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับคำศัพท์ที่ถูกใช้ในวงการบาสเกตบอลกัน ซึ่งเราจะมาเริ่มกับคำแรกที่เรามักจะเห็นในข่าวการแข่งขันบาสเลยนั่นก็คือ คำศัพท์อย่าง Back-to-Back Games
คำว่า Back-to-Back ในวงการบาสเกตบอล NBA นั้นจะหมายถึง
การที่ทีมเดิมนั้นจะต้องแข่งขันติดต่อกันแบบไม่ได้มีวันหยุดพักเลยนั่นเอง และแน่นอนว่าการแข่งขันแบบนี้มันย่อมส่งผลต่อตัวผู้เล่นอย่างแน่นอน ซึ่งที่ต้อทำแบบนี้นั้นส่วนใหญ่มันก็จะมาจากการตกลงกับสัญญาณการถ่ายทอดสดนั่นเอง จึงทำให้โปรแกรมการแข่งขันที่จะได้เรตติ้งนั้น ส่วนใหญ่มันจะไปอยู่ที่ ศุกร์ – เสาร์ และ อังคาร ถึง พุธนั่นเอง
อีกทั้งการแข่งขันในฤดูปกติเองก็ต้องเร่งให้จบภายในช่วง 6 – 7 เดือน มันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีหลายทีมในวงการบาสเกตบอลที่ต้องแข่งขันในแบบ Back-to-Back แถมยังมีอีกบางทีมที่ต้องลงแข่งในแบบที่ถี่สุด ๆ เลยนั่นก็คือ การแข่งขันที่เรียกว่า Four-in-Fives หรือการแข่ง 4 นัด ใน 5 วัน ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลให้เกิดอาการล้าต่อผู้เล่นเป็นอย่างมากนั่นเอง
แน่นอนว่าการแข่งขันแบบ Back-to-Back เองนั้นไม่ใช่สิ่งดี จึงทำให้ลีกบาสเกตบอล NBA ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ด้วยการลดจำนวนการแข่งขันในประเภทนี้ลง และ ได้พยายามเพิ่มเกมการแข่งในวันอาทิตย์ วันจันทร์ และ วันพฤหัสบดี ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายฐานแฟนคลับกีฬาบาสเกตบอลในวันนั้น ๆ อีกด้วย
นอกจากนั้นทางลีกก็ยังไม่มีการจัดโปรแกรมให้มีวันพักเฉลี่ยมให้น้อยลง
แต่มันก็จะเป็นการทำให้การแข่งแบบ Back-to-Back น้อยลงเช่นกัน เพราะว่าในอดีตนั้นมีบางทีที่ได้เวลาพักการแข่งขันยาวนานมาถึง 5 – 6 แต่พวกเขาก็ต้องแลกมาด้วยเกมการแข่งขันที่อัดแน่นมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งการจัดการแข่งขันในรูปแบบใหม่นี้จะทำให้แต่ละทีมต้องแข่งแบบ Back-to-Back เฉลี่ยอยู่ที่ 12.4 ครั้ง แต่ถึงตัวเลขมันจะดูเยอะ แต่ทว่ามันก็ลดน้อยลงจากในหลาย ๆ ฤดูกลายเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นทุกทีมยังไม่มีทีมบาสเกตบอลทีมไหนที่จะต้องแข่งแบบ Four-in-Fives แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีอีก 19 ทีมที่ยังต้องมีโปรแกรมแข่งกันแบบ 5 นัดใน 7 วัน ทีมละ 2 ครั้งอยู่ดี
และอย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนโปรแกรมในฤดูกาลปกติที่ต้องมีการแข่งขันมากถึง 82 นัด แถมทั้งหมดนี้มันยังต้องอัดให้จบภายใน 6 – 7 เดือน ทำให้ผู้เล่นในลีกบาสเกตบอล NBA เองจึงจำเป็นที่จะต้องมีร่างกายที่เรียกได้ว่าโคตรฟิตเพื่อที่เขาจะสามารถเล่นได้อย่างสม่ำเสมอไปจนจบฤดูกาลปกติ แต่นี่ยังไม่รวมการแข่งขันในรอบ PlyaOff อีกนะ
โดยจะเป็นคำศัพท์ต่อมาในวงการ บาสเกตบอล NBAที่เราจะมานำเสนอนั้น เป็นคำว่า Buzzer Beater โดยความหมายของคำ ๆ นี้จะหมายถึง การที่ผู้เล่นได้ทำการยิงลูก และในขณะนั้นเวลาของการแข่งขันก็ได้หมดลงแต่ลูกยังคงลอยอยู่กลางอากาศก่อนที่ลูกสุดท้ายนั้นจะลงห่วงไปและทำคะแนนให้กับทีม นั่นเอง
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการทำคะแนนในรูปแบบนั้นมันมักจะเป็นช็อตสำคัญ ๆ ในวงการบาสเกตบอลอยู่เสมอ เพราะมันฝ่ายที่ยิงลูกแบบนี้มักจะเป็นทีมที่ตามอยู่ และการชู๊ตลูกสุดท้ายมักจะทำให้ทีมที่ตามอยู่กลับมาเสมอ หรือ ผลิกกลับมาชนะได้ในทันทีก็มี
เนื่องจากการทำคะแนนในจังหวะนี้มันจะมีเวลาเหลือพอให้อีกฝ่ายได้แก้ตัวนั่นเอง
นอกจากนั้นแล้วการทำ Buzzer Beater ในการแข่งขันบาสเกตบอลในแต่ละนัดนั้นถือได้ว่าเป็นอะไรที่โคตรสะใจแฟน ๆ โดยเราจะขอยกตัวอย่างให้หลาย ๆ คนได้รู้สึกอันกันว่า แต่ละเกมนั้นมันตื่นเต้นขนาดไหน
โดยเกมแรกที่เป็นการทำ Buzzer Beater ในโลกบาสเกตบอลได้อย่างสะใจสุด ๆ ก็คงจะหนีไมพ้นเกมในฤดูกาล 2018 – 2019 ที่เป็นการแข่งขันกันของ Raptors กับ Sixers ซึ่งเกมนั้นทั้งคู่ต่างขับเคี่ยวกันอย่างคู่คี่มาโดยตลอจนทำให้เกมนั้นเสมอกันอยูที่ 90 – 90 และจังหวะสุดท้ายก็เป็น Kawhi Leonard ที่ทำ Buzzer Beater ในจังหวะสุดท้ายลงไปได้ในที่สุด และส่งผลงให้ทีมของเขาได้เข้าผ่านเข้าสู่รอบชิงของทีมฝั่งตะวันออกในที่สุด
ส่วนบาสเกตบอลอีกเกมที่มีการทำ Buzzer Beater ได้อย่าโคตรเร้าใจนั่นก็คือการแข่งขันระหว่า Nets กับ Grizzlies ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงเวลาต่อเวลาพิเศษและเกมก็ดำเนินมาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงเวลาสุดท้าของเกม และก็กลายเป็น Jaw Crowder ที่กด 3 แต้มลงไป ส่งผลให้เกมนั้นพวกเขาพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนน 133-134 แต้ม
ซึ่งการจะยิงลูก Buzzer Beater นั้นถือได้ว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก และ วัดใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วลูกนี้มันจะเกิดขึ้นในสภาวะกดดันยของทั้ง 2 ฝ่าย และถ้าใครติดตามบาสเกตบอลแบบจริง ๆ คุณก็จะรู้ว่า จังหวะนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ทำให้มันได้สำเร็จ เนื่องจากการทำ Buzzer Beater เองบางทีหลาย ๆ ครั้งก็มีคนที่ทำไม่สำเร็จเช่นกัน
และนี่ก็คือคำศัพท์ในวงการบาสเกตบอลที่เราเอามาอธิบายเพื่อให้หลายคนได้พอรู้จักกัน และ เราก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการเริ่มต้นดูเกมบาสเกตบอลมากยิ่งขึ้น ส่วนครั้งหน้าจะมีคำศัพท์คำไหนมาแนะนำให้คุณได้รู้อีกบ้าง อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ของเราเอาไว้ให้ดีนะ dunkswin9