หลังจากที่เราได้ลงคำศัพท์ของวงการบาสเกตบอล NBA ไปให้หลาย ๆ คนได้ดูการแข่งได้สนุก รวมถึงอ่านข่าวสารสำคัญต่าง ๆ ได้เข้าใจขึ้นกันมาพอดูแล้ว เราก็เลยเห็นว่ายังมีอีกหลาย ๆ คนที่ต้องการรู้คำศัพท์เหล่านี้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะสนุกไปกับเกมการแข่งขัน และ โมเมนต์การอ่านข่าวต่าง ๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบรับกับกระแสการเรียกร้องเหล่านั้น วันนี้เราจะมาสอนอีก 2 คำศัพท์ของวงการบาสเกตบอลให้ทุกคนได้เข้าใจเพิ่มกันมากขึ้นไปอีก โดยคำษศัพท์ที่เราจะมาสอนให้ทุกคนได้รู้จักกันในวันนี้ก็คือคำว่า Fadeaway
สำหรับคำว่า Fadeaway นั้นเป็นคำศัพท์ที่เราเชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะได้ยินคำนี้มาแล้วไม่มากก็เพราะ เพราะว่าการทำสิ่งที่เรียกว่า Fadeaway นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างจะเกิดขึ้นบ่อยในเกมการแข่งขันบาสเกตบอล แถมยังมีนักบาสอีกหลาย ๆ คนที่นำการทำ Fadeaway นี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับการเล่นของตัวเอง
ซึ่งในโลกของบาสเกตบอลเองก็มีบรรดาเหล่าผู้เล่นหลายคนที่สามารถใช้ท่า Fadeaway
ได้อย่างร้ายกายก็มีเยอะมากมายไม่ว่าจะเป็นตำนานแห่งวงการบาสอย่าง ไมเคิล จอร์แดน หรือตำนานแห่งเลเกอร์ผู้ล่วงลัยอย่าง โคบี้ ไบรอัน แต่ที่เห็นจะเป็นทีเด็ดจริง ๆ และมันแทบจะกลายเป็นซิกเนเจอร์ของเขาเลยนั่นก็คือ ชายอย่าง เดิร์ก โนวิทซกี้ ที่สุดของ Dallas Mavericks เพราะเจาคนนี้สามารถใช้ท่า Fadeaway ที่ดัดแปลงมาเป็นรูปแบบเฉพาะได้อย่างคล่องแคล่ง และ ทำให้ฝ่ายป้องกันนั้นป้องกันได้ยากแบบสุด
เมื่อเกริ่นไปว่า Fadeaway นั้นค่อนข้างที่จะมีเหล่านักบาสระดับสตาร์ดัง ๆ ในโลกบาสเกตบอล
ใช้กันหลายคน ดังนั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะมาเริ่มเรียนรู้กันอย่างจริง ๆ แล้วว่า Fadeaway คืออะไร ซึ่งคำว่า Fadeaway นั้นมีคำเรียกอีกอย่าหนึ่งว่า Fall Away ซึ่งหมายถึงการกระโดดยิงลูก แต่ในจังหวะกระโดดนั้นจะเป็นกระโดดให้ถอยไปด้านหลังแทน ซึ่งประโยชน์ของการยิงแบบนี้นั้นก็คือ การทำให้ผู้เล่นฝ่ายที่จะต้องป้องกันลำบากมากขึ้น เนื่องจากลูกยิงที่เกิดจากการกระโดถอยหลัง มันจะทำให้ร่างกายท่อนล่างกลายเป็นเสมือนกับกำแพงป้องกันผู้เล่นฝั่งตรงข้าเข้ามาบล็อกไปโดยปริยานั่นเอง
แต่เมื่อมันมีข้อดี ข้อเสียมันก็ต้องมีตามมาเช่นกัน โดยข้อเสียที่ผู้เล่นบาสเกตบอลหลาย ๆ คนเลือกที่จะไม่ใช้การยิงแบบ Fadeaway นั่นก็คือ การยิงแบบนี้มันจะทำให้องศาในการยิงเปลี่ยนไป เพราะว่าในระยะการยิงเท่าเดิม แต่มันจำเป็นที่จะต้องกะระยะในการยิงใหม่ จึงทำให้ผู้ที่จะทำการยิง Fadeaway ได้อย่างแม่นยำนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการฝึกซ้อมการยิงแบบนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แถมการยิงแบบนี้ยังต้องพ่วงไปด้วยวิธีการหลอกล่อแบบอื่น ๆ เพื่อนป้องกันผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเดาทางได้อีกด้วย
ด้วยแบบนี้นี่เองมันเลยทำให้แหล่านผู้เล่นระดับท็อปสตาร์หลาย ๆ คนพยายามที่จะดังแปลงท่าธรรมดา ๆ
อย่าง Fadeaway ให้มีความแอดวานซ์มากขึ้นไปอีก 1 สเต็ป ไม่ว่าจะเป็นการหลอกเอาฟาล์วในจังหวะกระโดดยิง เหมือนแบบที่ตัวของ จอร์แดน และ โคบี้ ชอบทำให้เราเห็นบ่อย ๆ ในลีกบาสเกตบอล NBA หรืออย่าง เดิร์ก โนวิทซกี้ นั้นก็จะมีการชันเข่าขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเข้ามาโดยง่าย และ ในจังหวะเดียวกันเขาก็จะใช้จังหวะนั้นในการปรับองศาการยิง จนทำให้ท่านี้กลายเป็นท่าประจำของเขา และ ถูกเรียกว่า One-Legged Fadeaway
มาต่อกันที่อีก 1 คำศัพท์ที่อาจจะไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ๆ ในกีฬาอื่น ๆ แต่เราอาจจะพบเห็นได้บ่อยครั้งในกีฬาอย่างบาสเกตบอล โดยคำศัพท์นั้นก็คือ คำว่า Run หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า Scoring Run
โดยที่เราบอกว่าอาจจะไม่ค่อยได้เห็นในกีฬาอื่นนั่นก็เพราะว่ามีหลากหลายประเภทกีฬา
ที่การแข่งขันหนึ่งจะจบด้วคะแนนที่ไม่สูงมาก และ ใช้เวลาในการทำแต้มกันนาน แต่สิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้เกิดขึ้นกับวงการบาสเกตบอล เพราะอย่างที่ใครหลาย ๆ คนน่าจะพอทราบกับดีกว่า กีฬาอย่างบาสเกตบอลนั้นมีการเล่นที่รวดเร็ว รวมถึงการทำแต้มที่ค่อนข้างจะเยอะอยู่พอสมควร ซึ่งกรณีของ Scoring Run นั้นจะมีความหมายถึง กรณีที่อีกฝ่ายสามารถทำแต้มทิ้งห่างฝ่ายตรงข้ามได้เป็นปริมาณ ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากอีกฝ่ายบุกไม่ขึ้น หรือ เสียงจังหวะการครองบอลนั่นเอง
ส่วนถ้าถามว่าเหตุการณ์ที่เรียกว่า Run นี้เกิดขึ้นบ่อยขนาดไหน เราก็ขอตอบเลยว่ามันแทบจะเห็นได้เกือบทุกนัดของกาแข่งขันบาสเกตบอล NBA เลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าโลกฟุตบอลคำว่าชนะขาด คือการทิ้งห่าง 3 แต้มขึ้นไป คำว่า Run ก็จะหมายถึงการทิ้งห่าง 8 แต้มขึ้นไปเช่นกัน
แต่ถ้าในโลกของการแข่งขันบาสเกตบอล NBA นั้นคำว่า Run นั้นมันสามารถเกิดได้กับทั้ง 2 ทีมใน 1 แมตซ์การแข่งขัน เพราะว่าแต่ละฝั่งเองก็อาจจะมีการแก้เกมทำให้บางทีผลสุดท้ายแล้วพอจบการแข่งขันแต้มของทั้งคู่ก็ออกมาดูสูสี แต่ก็ใช่ว่าในการแข่งขันระดับบาสเกตบอล NBA จะไม่มีการ Run แบบสุดขาดเกิดขึ้นเลย
โดยการแข่งขันที่ถือได้ว่ามีผล Scoring Run ค่อนข้างที่จะขาดนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปี 1987
ซึ่งเป็นการเจอกันของสุดยอดทีมบาสเกตบอลที่มีประวัติศาตร์ยาวนานอย่าง Los Angeles Lakers กับ Sacramento Kings โดยการ Run ครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ ควอเตอร์แรก โดยเป็นคะแนน Run ที่ห่างถึง 29 – 0 แต้ม แถมมันยังเป็นเพียงแค่ 9 นาทีแรกเท่านั้น แถมพอจบควอเตอร์แรกลง ทีมอย่างเลเกอร์ก็นำไปด้วยคะแนน 40 – 0 แต้มเลยทีเดียว
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้มีเกิดคะแนนทิ้งห่างแบบสุด ๆ นั้นเกิดขึ้นในเกมของ New York Knicks กับ Toronto Raptors ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2017 โดยเหตุการณ์ Run นั้นได้เกิดขึ้นในช่วงของควอเตอร์ที่ 3 ซึ่งตอนนั้นทีม นิวยอร์ก นิกส์ ตามอยู่ด้วยคะแนนด้วย 52 ต่อ 62 แต้ม และทันใดนั้นเอง มันก็เกิดการ Run ชุดใหญ่แห่งโลกบาสเกตบอลขึ่น เมื่อจู่ ๆ นิกส์ก็เกิดฮึดสู้ และจัดหนักไปด้วยคะแนน 28 – 0 ในจังหวะ และส่งผลในควอเตอร์พวกเขาผลิกกลับขึ้นมานำยาว และ ปิดเกมไปด้วยการผลิกชนะที่สุดทึ่ง
ส่วนอีกหนึ่งเกมที่ถือได้ว่าเป็นการ Run ที่ค่อนข้างทิ้งห่างที่สุดในวงการบาสเกตบอล NBA นั้นเกิดขึ้นในเกมที่ของ
Washington Wizards พบกับ Boston Celtics ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2017 ซึ่งเกมนี้ได้ถูกบันทึกเอาไว้ด้วยว่ามันเป็นเกม Playoff ที่มีการ Run แต้มห่างที่สุดของลีกในปัจจุบัน โดยเหตุการณ์นั้นได้เริ่มต้นในช่วงครึ่งหลัง หลังจากที่ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ที่คะแนน 48 – 48 ซึ่งพอเปิดครึ่งหลังมาก็เป็นฝ่ายเซลติกส์ที่ทำไปได้ก่อน 5 คะแนน แต่มันก็เหมือนกับการไปแหย่รังแตน เมื่อ Wizard ได้ทำการ Run ชุดใหญ่ใส่เซลติก ไปด้วยคะแนน 26 – 0 และทำให้พวกเขาผลิกขึ้นมานำห่างถึง 74 – 53 ก่อนที่จะปิดเกมไปด้วยชัยชนะของทีม Washington Wizards
และนี่ก็คืออีก 2 คำศัพท์ที่จะมักจะได้เห็นบ่อย ๆ ในวงการบาสเกตบอล ซึ่งเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเสนอคำศัพท์สำหรับวงการบาสเกตบอลในครั้งนี้จะช่วยให้คุณดู และ อ่านข่าวสารของวงการ NBA ได้อย่างสนุกขึ้น ส่วนครั้งหน้าเราจะมีคำศัพท์อะไรมาฝากกันอีกนั้น คุณต้องคอยติดตามกันให้ดี ๆ dunkswin9