ในที่นี้เราเชื่อว่าทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่คงจะเคยผ่านช่วงที่เป็นหัวเลี้ยว หัวต่อ อย่างช่วงเวลาวัยรุ่นกันมาแล้ว โดยช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงสำคัญเนื่องจาก วัยรุ่นหลาย ๆ คนเองก็เคยตัดสินใจที่จะเดินทางผิดในช่วงเวลานี้ และ ส่งผลให้มันมีผลกระทบกับชีวิตหลาย ๆ อย่างในอนาคต แต่ก็ใช้ว่าทุกคนที่เคยผ่านช่วงเวลาแย่ ๆ แบบนั้นแล้วจะต้องกลายเป็นคนไม่ดีในสังคมเสมอไป เพราะว่ามันยังมีอีกหลายกรณีที่แม้ว่าช่วยวัยรุ่นจะมีการใช้ชีวิตที่เสเพลขนาดไหน แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็สามารถคิดได้และปรับปรุงตัวเองให้กลายเป็นแบบอย่างของสังคมในปัจจุบัน ซึ่งในวงการบาสเกตบอล NBA เองก็มีคนแบบนั้นอยู่มากมาย แต่คนที่เราจะเลือกกล่าวถึงในครั้งนี้เขามีชื่อว่า แครอน บัตเลอร์
ซึ่งก่อนที่เราจะไปเริ่มอ่านเนื้อหาในบทความนี้กัน ใครที่ยังไม่เคยทราบถึงประวัติในช่วงวัยเด็ก
ที่ค่อนข้างโฉกโชนเป็นอย่างมากของเขา เราอยากขอให้คุณลองย้อนกลับไปอ่านกันดูก่อนว่า ในช่วงที่เขายังเรียนอยู่นั้น เขาได้เคยสร้างวีรกรรมอะไรเอาไว้บ้าง ส่วนใครที่พร้อมจะอ่านต่อ หรือ เคยอ่านบทความเก่า ๆ ของเขาคนนี้มาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วละที่เราจะมาดูกันต่อว่า เส้นทางของ แครอน บัตเลอร์ คนนี้จะได้ก้าวเข้าสู่เวทีอย่าง NBA ได้อย่างไร
หลังจากที่ตัวของ แครอน บัตเลอร์ หันหลังให้กับยาเสพติดที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขามาโดยตลอด เขาคนนี้ก็เริ่มมุ่งสู่แส้นทางการฝึกบาสอย่างจริง ๆ จนทำให้เขาได้กลายเป็นตัวแทนของทีมโรงเรียนในตำแหน่งเกมรับเนื่องจากเขานั้นมีทั้งความแข็งแกร่ง และ รวดเร็ว โดยหลังจากเลิกซ้อมกับทีม ตัวของ แครอน บัตเลอร์ จะแยกไปซ้อมเดี่ยวอยู่เป็นประจำ ก่อนที่จะไปทำงานพิเศษในร้านเบอร์เกอร์ คิงต่อ ซึ่งที่เขาทำแบบนี้ เพราะตัวของ แครอน บัตเลอร์ นั้นต้องการที่จะทำให้ตัวเองหมดแรง เพื่อที่จะไม่ต้องไปสุงสิงกับคนอื่นมากนัก
ซึ่งลูปชีวิตแบบนี้ของ แครอน บัตเลอร์ นั้นดูเหมือนว่าจะทำให้เขาห่างไกลยาเสพติดขึ้นไปเรื่อย ๆ
แต่แล้วฝันร้ายก็มาเยือนเขาอีกครั้งจนได้เมื่อในเช้าวันหนึ่งในฤดูใบไหม้ผลิ ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุได้เพียง 17 ปี จู่ ๆ ตำรวจก็พังประตูห้องของเขาเข้ามา และจับเขากดลงกับพื้น โดยสาเหตุที่ตำรวจทำแบบนี้นั่นก็เพราะ พวกเขาได้รับแจ้งเหตุว่าบ้านที่ แครอน บัตเลอร์ อาศัยอยู่นั้นมียาเสพติดซ่อนอยู่
โดยตำรวจใช้เวลาไม่นานในการค้นบ้านพักที่ แครอน บัตเลอร์ อาศัยอยุ่และพวกเขาก็ได้พบกับ โคเคน 1 ออนซ์
ซึ่งการค้นเจอครั้งนั้นนี่เองที่ทำให้หัวใจของ แครอน บัตเลอร์ นั้นร่วงหล่นกับพื้นและแตกสลาย แต่มันไม่ใช่เพราะว่านั่นมันคือโคเคนของเขา แต่มันหมายถึงว่าการถูกจับรอบนี้อย่างน้อยเขาต้องเข้าไปนอนในตารางอย่างน้อย 10 ปี ซึ่งแน่นอนมันหมายถึงว่าชีวิต และ อิสระของเขาที่อยากทำมันจะดับสูญลงในพริบตา
แต่ทว่าในการตรวจค้นครั้งนั้น ก็ได้มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่รู้จัก แครอน บัตเลอร์ เข้ามาทำคดีครั้งนี้ด้วย และ เขาก็เป็นคนที่เชื่อมั่นตัวของ แครอน บัตเลอร์ อย่างสุดหัวใจ จนทำให้เขาตัดสินใจบอกกับนายตำรวจที่ค้นเจอโคเคนนั้นไปว่า โคเคนนี้ ไม่ใช่ของ แครอน บัตเลอร์ อย่างแน่นอน ซึ่งการยืนยันอย่างหนักแน่นของนายตำรวจคนนั้นทำให้ในที่สุดตัวของเขาก็สามารถที่จะหลุดพ้นจากการเป็นผู้ต้องหาในครั้งนั้น
หลังจากที่เขาได้รับโอกาสอีกครั้ง และ ในช่วงจังหวะเดียวกันก็เป็นช่วงจังหวะที่ตัวของ แครอน บัตเลอร์ ได้เรียนมาถึงช่วง
ไฮสคูลตอนปลายแล้ว เขาจึงตั้งหน้า ตั้งตาทุนเทแรงกาย แรงใจทั้งหมดไปให้กับบาสเกตบอล จนทำให้ในที่สุด แครอน บัตเลอร์ ก็ได้รับทุนจากมหาวิทยาลัย คอนเน็คติคัต และเล่นอยู่ที่นั่น 2 ปี
ซึ่งการได้ออกมาใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย รวมถึงยังได้อยู่ไกลบ้านนั้น ทำให้ตัวของ แครอน บัตเลอร์ มีสมาธิ และ สามารถที่จะทุ่มเทความจริงจังให้กับบาสเกตบอลได้มากกว่าเดิม โดยตัวของ แครอน บัตเลอร์ ได้ลดลน้ำหนักตัวลงมากถึง 15 ปอนด์เพื่อที่จะเพิ่มความคล่อง จากนั้นเขาก็เข้าสู่ทีมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยในฐานะรุกกี้ที่ที่สุดในรัฐ เท่านั้นยังไม่พอ เพราะตัวของ แครอน บัตเลอร์ ก็ได้เริ่มเดินหน้าสร้างสถิติต่าง ๆ เอาไว้มากมาย จนทำให้ในที่สุด เขาก็มีรายชื่อถูกเรีกติดทีมชาติชุดเยาวชนไม่เกิน 21 ของบาสเกตบอลชิงแชมป์โลกในปี 2001 และ ชุดนั้นก็สามารถคว้าแชมป์มาเป็นเกียนติประวัติให้อเมริกาอย่างดงามอีกด้วย
ซึ่งฟอร์มอันโดดเด่นในสมัยที่เขาอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้นค่อนข้างโดดเด่นเป็นอย่างมาก และมันก็โดดเด่นพอที่จะทำให้แมวมองจากลีกอาชีพอย่าง NBA เริ่มตัดตามองเขาเช่นกัน จนทำให้ในที่สุดในการดราฟต์ของ NBA ปี 2002 ตัวของ แครอน บัตเลอร์ ก็ได้ถูกดราฟต์เข้าทีม ไมอามี่ ฮีต ในฐานะดราฟต์เบอร์ 10 ของปี และหลังจากนั้นตัวของ แครอน บัตเลอร์ ก็มีโอกาสได้ย้ายไปซบทีมดัง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น แอลเอ เลเกอร์ส หรือ วอชิงตัน วิซาร์ดส์
โดยเวลา 6 ปีแรกของ แครอน บัตเลอร์ ใน NBA เขาคนนี้ถึงได้ว่าเอีกหนึ่งรุกกี้ที่ค่อนข้างมีฝีมือพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะเขาสามารถคว้ารางวัลมาครองได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการติดทีม NBA All-Rookie ในปี 2003 และได้ติดทีม ออลสตาร์ ในปี 2007-08 จากนั้นชื่อของ แครอน บัตเลอร์ ก็กลายเป็นที่เลื่องลือสุด ๆ ในตอนที่เขาได้ย้ายมาร่วมทีมอย่าง
ดัลลัส แมฟเวอริกส์ และเป็นส่วนหนึ่งที่ได้คว้าแชมป์ NBA ในปี 2011 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่
ซึ่งบทเรียนสำคัญของ แครอน บัตเลอร์ นั้นมันแสดงให้เราได้เห็นว่าแม้ว่าเรื่องราวในอดีตมันจะเคยพาให้เราผิดพลาด หรือ หลงผิดขนาดไหนก็ตาม ขอเพียงแค่คุณไม่หวั่นไหว และ มีเป้าหมายใหม่ที่มั่นคงแล้วละก็ เราเชื่อว่าสักวัน คุณก็จะต้องได้ดี เหมือนกับชายคนนี้ ชายที่ชื่อว่า แครอน บัตเลอร์ dunkswin9