ชีวิตของมนุษย์เรานั้นไม่มีทางที่จะสมหวังดั่งที่ใจของตัวเองปรารถนาไปตลอด เพราะว่าแต่ละคนล้วนแล้วจะต้องเจอกับอุปสรรคต่าง ๆ นานา มากมายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตจนทำให้ใครหลาย ๆ คนรู้สึกเฟล ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้มันย่อมเกิดกับทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของนักกีฬา โดยเป้าหมายของนักกีฬาส่วนใหญ่นั้นก็คือ การเป็นแชมป์ไม่ว่าจะถ้วยไหนก็ตาม เพราะพวกเขานั้นต่างทุ่มเทให้กับหน้าที่ของตัวเองก็อย่างเหน็ดเหนื่อยมาโดยตลอดนั่นเอง แต่ทว่าในกีฬาอย่างบาส NBA นั้นมันกลับมีผู้เล่นคนหนึ่งที่ฝีมือของเขาไม่ได้น้อยไปกว่าใคร ๆ เลย แต่ทว่าเขาคนนี้กลับไม่เคยคว้าแชมป์ใด ๆ มาครองได้สำเร็จเลย โดยชายคนนั้นเขามีชื่อว่า เอลกิน เบย์เลอร์
ซึ่งเรื่องราวเส้นทางของในช่วงเริ่มต้นของ เอลกิน เบย์เลอร์ นั้นเราเคยกล่าวเอาไว้แล้วในบทความก่อนหน้าที่มีชื่อว่า
“ ไม่ใช่แค่ 1 แต่ถึง 8 กับความพยายามสู่แชมป์ของ เอลกิน เบย์เลอร์ “ ซึ่งใครที่อยากอินกับบทความนี้มากขึ้นเราขอแนะนำให้ลองกลับไปอ่านย้อนหลังกันก่อน แต่ถ้าใครที่เคยอ่านมาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะพาทุกมาดูเส้นทางของราชาไร้แหวนอย่าง เอลกิน เบย์เลอร์ กันต่อ
หลังจากที่ตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ และทีมที่เขาสังกัดอยู่อย่าง แอลเอ เลเกอร์ส ต้องผิดหวัดจากเซลติกไปเป็นรอบที่ 3 ซึ่งรอบนี้มันดูเหมือนว่าจะทำให้หัวใจของเขานั้นเจ็บปวดมากกว่าครั้งไหน เพราะว่าในทุก ๆ ครั้งที่ผ่านเขาได้เห็นถึงสัจจะธรรมข้อหนึ่งนั่นก็คือ ทีมอย่างเซลติก คู่ปรับของเขานั้นพัฒนาก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ทีมอย่าง เลเกอร์ส วิ่งตามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถที่จะไล่ทันได้สักที
หลังกจากการแพ้ไปถึง 3 ครั้งรวด ทาง เลเกอร์ส เองก็ตัดสินใจที่จะทุ่มหมดหน้าตักอีกครั้งเพื่อที่จะเอาชนะคู่ปรับคนสำคัญให้ได้ โดยเขาได้ตัดสินใจดึงเอาผู้เล่นที่สามารถทำ 100 แต้มในเกมเดียวอย่าง วิลท์ แชมเบอร์เลน มาร่วมทีม ทำให้ตอนนั้น เลเกอร๋ส มีขุมกำลังอันสุดยอดที่เป็นการประสานกันของ เอลกิน เบย์เลอร์ , วิลท์ แชมเบอร์เลน , เจอร์รี่ เวสต์ แต่ถึงอย่างนั้น 3 ประสานนี้ก็ยังทำได้เพียงรองเชมป์ในการเข้าชิงปี 1968 และ 1969 รวมถึงในปี 1970 พวกเขายังมาแพ้ให้กับทีมอย่าง นิวยอร์ก นิกส์
ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นครั้งสุดท้ายของ เอลกิน เบย์เลอร์ ในการลุ้นแชมป์ในฐานะสมาชิกของทีมอย่าง เลเกอร์ส
อันที่จริงเราต้องยอมรับเลยว่ายุคนั้นทีมอื่น ๆ ในลีกก็ไม่อาจจะทีต้านทานความแข็งแกร่งของ เลเกอร์ส ได้เท่าไรหร่นัก แต่เผอิญว่าตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ ดันมาท็อปฟอร์มในช่วงที่ เซลติก ตอนนั้นครองโลก NBA เองต่างหาก เพราะว่าเหล่าบรรดาผู้เล่นในยุคนั้นของกลายเป็นผู้เล่นที่ติด Hall of Frame กันแทบทุกคนในเวลาต่อมาซึ่งนี้สิ่งนี้นี่เองที่เป็นการยืนยันให้เห็นว่าตัวของ
เอลกิน เบย์เลอร์ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่เป็นฝั่งของทางเซลติกต่างหากที่แข็งแกร่งเกินไป
และถึงแม้ว่าตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ จะผิดหวังกับแชมป์ NBA มาถึงหลายครั้งซ้อนก็ตาม ทว่าเขาก็ยังไม่ย้อท้อ แลบะ ยังคงร่วมไล่ล่าคว้าแชมป์ฏกับเลเกอร์แบบไม่ยอมย้ายไปไหร แต่ทว่ามันกลับมีอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ ไม่สามารถไปได้กว่านี้นั่นก็เพราะว่า สภาพร่างกายของเขานั่นเอง
โดยตั้งแต่ฤดูกาล 1963 – 1964 เป็นต้นมา ตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ ก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนที่หัวเขาตลอดเวลา ซึ่งแม้ว่ามันจะไม่ได้ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกลงมานัก แต่มันก็ทำให้ค่าเฉลี่ยในการทำแต้มของเขาตกลงไป
โดยหลังจากมีอาการบาดเจ็บเอลกิน เบย์เลอร์ ก็ไม่เคยทำคะแนนเฉลี่ยต่อเกมได้เกิน 30 คะแนนอีกเลย

และในฤดูกาล 1971 – 1972 ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของ เอลกิน เบย์เลอร์ ไปตลอดกาล นั่นก็คือ ตัวของเขาได้รับบาดเจ็บที่เท่าอีกครั้งหลังจากที่เปิดฤดูกาลมาได้เพียงไม่นาน ซึ่งอาการบาดเจ็บครั้งนี้นี่เองที่ทำให้เอลกิน เบย์เลอร์ ต้องตัดสินใจยุติบทบาทของเขาในการเล่นบาสอาชีพลงนั่นเอง
แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ยอดนักบาสอีกคนหนึ่งอย่าง เอลกิน เบย์เลอร์ ประกาศยุติบทบาทการเล่นกับ เลเกอร์ส แต่ทว่าทิศทางของทีมมันกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เพราะหลังจากที่ตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ เลิกเล่นไป กลับกลายเป็นว่า
เลเกอร์ส สามารถทำผลงานออกมาได้อย่างดีเหลือเชื่อโดยพวกเขาชนะได้ถึง 33 เกม และยังปิดท้ายซีซั่นอย่างสวยงามด้วยการเป็นแชมป์ NBA ในรอบ 18 ปี โดยในตอนนั้นไม่มีชายที่ชื่อว่า เอลกิน เบย์เลอร์ อยู่ในทีมแล้วนั่นเอง
มาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าจริง ๆ แล้วหากตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ ตัดสินใจไปหาทีมอื่นที่มีโอกาสคว้าแชมป์มากกว่าเลเกอร์สเขาจะสามารประความสำเร็จมากกว่าที่ควรเป็นอย่างนี้หรือไม่ ซึ่งหากเรานับกันจริง ๆ แล้วตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ นั้นใช้เวลาอยู่กับเลเกอร์สยาวนานถึง 14 ปี
โดย เจอร์รี่ เวสต์ หรือ มิสเตอร์ โลโก้ ที่เป็หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของ เอลกิน เบย์เลอร์
ได้เล่าให้ฟังว่าตัวของเพื่อนซี้คนนี้ของเขามีวิธีคิดที่ไม่ค่อยเหมือนใคร เพราะแม้ว่าเขาจะอยู่ในฐานะซุปเปอร์สตาร์ขนาดไหนก็ตาม เขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ และ ค่อนข้างยึดมั่นกับคำว่า ทีม เสมือนว่าเป็นครอบครัวของเขาเลยทีเดียว
ซึ่งตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ เองก็ต้องการที่จะตอบแทนเลเกอร์สที่ให้โอกาสแก่เขา แม้ว่าตัวของเขาเองจะมีความรู้สึกระหายแชมป์ขนาดไหนก็ตาม แต่ตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ เองก็เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจมา ตัวของเขานั้นอยู่กับทีมที่ดีที่สุดแล้ว และเขายังอยากเล่นกับเพื่อนร่วมทีมในชุดนี้อีกด้วย
และเพราะอิทธิพลของ เอลกิน เบย์เลอร์ ที่นำพามาสู่การเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างนี้จึงเป็นเหตุให้ทีมอย่าง เลเกอร์ส ตัดสินใจมอบสิ่งที่ระลึกถึงเขาด้วยกัน 2 อย่างโดยอย่างแรกนั่นก็คือ การทำแหวนแชมป์ในฤดูกาล 1971 – 1972 ให้กับตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ เพื่อตอบแทนความจงรักภักดีของเขากับสโมสร แต่ทว่าสุดท้ายแล้วในปี 2018 เอลกิน เบย์เลอร์ ก็นำแหวนนี้ออกมาประมูลขายเพื่อนำรายได้มอบให้กับการกุศล โดยเหตุผลที่ เอลกิน เบย์เลอร์ ทำอย่างนั้นก็เพราะเขามองว่า แหวนแชมป์นี้มันเป็นเพียงแค่ของนอกกาย แต่ความทรงจำยังอยู่ในใจ และ สมองของเขาอยู่เสมอนั่นเอง
นอกกจากนั้นแล้ว เลเกอร์ส ยังได้สร้าง อนุสาวรีย์ของ เอลกิน เบย์เลอร์ ไว้ที่ด้านหน้าของ สเตเปิ้ลส์ เซ็นเตอร์ รังเหย้าของทีม
โดยเหตุผลก็คือ ตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ สามารถที่จะสร้างอิมแพ็ครั้งใหญ่ด้วยการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ด้านรูปแบบการเล่นในห้กับ NBA แถมการวางตัวนอกสนามกันยังดีอีกด้วยนั่นเอง
สุดท้ายแล้วตัวของ เอลกิน เบย์เลอร์ ก็ได้จากไปแบบไม่มีวันกลับในวันที่ 22 มีนาคม ปี 2021 ที่ผ่านมาด้วยวัย 86 ปี และเหลือทิ้งไว้เพียงแค่ตำนานอันยิ่งใหญ่ของเขาเอาไว้ให้กับคนรุ่นหลังได้รู้จักว่าเขาคืนชายผู้สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการบาส dunkswin9