หากพูดถึงผู้เล่นระดับตำนานแห่งวงการบาสเกตบอล NBA แล้วละก็ เราเชื่อว่าแต่ละคนนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีผู้เล่นที่อยู่ในใจแตกต่างกันไป แต่หนึ่งในตำนาน และ มีหลาย ๆ คนให้การยอมรับว่าเขาคือ เบอร์ 1 แห่งยุคนี้ เราก็เชื่อว่าหากถามไป 100 คน ชื่อของชายอย่าง เลบรอน เจมส์ จะต้องมีอยู่ในลิสต์รายชื่อที่ถูกกล่าวถึงอย่างแน่นอน
ซึ่งแน่นอนว่าแม้ตัวของ เลบรอน เจมส์ นั้นจะมีความเก่งกาจในสนาม และ ยังคงวาดลวดลายให้เราเห็นกันในสนามอยู่ก็ตามที แต่ทว่าบทบาทของเขานั้นไม่ได้หมดเพียงแค่ในสนามแข่ง เพราะว่าตัวของ เลบรอน เจมส์ ยังถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ค่อนข้างจะลงทุนไปกับธุรกิจในหลาย ๆ แขนงเลยทีเดียว โดยถ้าจะให้รวม ๆ กันแล้ว เขาอาจจะมีส่วนร่วมลงทุนไปเป็นระดับหมื่นล้านบาทแล้วเลยทีเดียว แต่เส้นทางของเขามันก็ไม่ใช่มาง่าย ๆ ซึ่งเส้นทางกว่าที่ เลบรอน เจมส์ จะมาเป็นเจ้าของธุรกิจในระดับนี้ได้มันเป็นอย่างไร เรามาดูกัน
ตัวของ เลบรอน เจมส์ นั้นเกิดในปี ค.ศ. 1984 ที่เมืองเอกรอน รัฐโอไฮโอ
โดนตอนที่เขาได้ลืมตาดูโลกขึ้นมานั้น คุณแม่ของเขานั้นมีอายุได้เพียงแค่ 16 ปี เท่านั้น แถมเมืองที่ตัวของ เลบรอน เจมส์ เกิดนั้นยังถูกจัดได้ว่าเป็นเมืองที่น่าหดหู่ที่สุดในการสำรวจจากประเทศอเมริกาอีกด้วย โดยสาเหตุที่ทำให้เมืองนี้ได้รับการโหวตเช่นนี้นั่นก้คือ สภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากมีปัญหาคอร์รัปชัน หนำซ้ำวงการกีฬาในเมืองนี้ก็แย่ เพราะว่าทีมกีฬาทุกประเภทของคีฟแลนด์นั้นไม่สามารถคว้าถ้วย หรือ แชมป์อะไรติดมือมาได้เลยเป็นระยะเวลานานกว่า 50 ปีแล้ว
และด้วยสภาพเศรษฐกิจที่แย่ทำให้แม่ของ เลบรอน เจมส์ ต้องเปลี่ยนงานอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ตัวของเขา และ แม่ ไม่มีที่หลับนอนเป็นหลักเป็นแหล่งมากนัก โดย เลบรอน เจมส์ เคยบอกเอาไว้ว่าในปี 1993 ตัวของเขานั้นเคยย้ายที่อยู่ไปถึง 5 ครั้งภายใน 3 เดือน แต่ถึงจะต้องเผชิญกับปัญหามากกมายจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัว แต่ทว่าหนึ่งในควาสามรถที่มีติดตัวของเขาก็เริ่มฉายแสงออกมาเช่นกัน
ซึ่งในวัยที่ เลบรอน เจมส์ มีอายุเพียง 9 ขวบ เขาคนนี้ก้มีส่วนสูงเกือบเท่าแม่ของเขาที่มีความสูงอยู่ที่ 165 เซนติเมตรไปแล้ว แถมตัวของเขายังวิ่งเร็ว และ แข็งแรงผิดจากเด็กทั่ว ๆ ไปในวัยเดียวกัน และในตอนนั้นเองก็เป็นช่วงจังหวะที่ เลบรอน เจมส์ ได้รู้จักกับชายที่ชื่อว่า Bruce Kelker ซึ่งเขาคนนี้เป็นโค้ชอเมริกันฟุตบอล ที่กำลังจะตั้งทีมขึ้นมาแข่งในระดับประถม
โดยทาง Bruce Kelker ได้ตัดสินใจดึงตัว เลบรอน เจมส์ เข้ามาสู่ทีมของเขาพร้อมกับรับปากคุณแม่ว่า เขาจะอาสารับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนต่าง ๆ รวมถึงเขายังได้ชวนทั้ง 2 แม่ลูกมาอาศัยอยู่บ้านเดียวกันเขาอีกด้วย ซึ่งตัวของ เลบรอน เจมส์ ก็ได้ตอบแทนความใจดีของชายคนนี้ด้วยการทำ ทัชดาวน์ ไปถึง 17 ครั้งภายใน 6 เกมที่ลงการแข่งขัน ซึ่งเพราะความแข็งแกร่งของ
เลบรอน เจมส์ ในสมัยเด็กนี้เองที่ทำให้ โค้ช ทีมฝั่งตรงข้ามถึงขั้นต้องร้องดูสูติบัตร เนื่องจากเขาคิดว่าตัวของเจมส์นั้นโกงอายุ
แต่แล้วตัวของ เลบรอน เจมส์ เองก็มีเหตุให้ต้องย้ายบ้านอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาได้ย้ายมาอยู่กับเพื่อนของโค้ชอย่าง Bruce Kelker ที่มีชื่อว่า Frankie Walker ซึ่งการย้ายมาอยู่กับ Frankie Walker นี้เองที่ทำให้ตัวของเจมส์ได้เรียนรู้วิธีการเล่นบาสเกตบอล และ ด้วยวินัย รวมถึงความตั้งใจในการฝึกซ้อมของ เลบรอน เจมส์ มันก็ทำให้ฝีมือของเขาพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แถมชื่อเสียงของเขาก็ค่อย ๆ โด่งดังไกลไปจนถึงระดับประเทศ จนถึงขนาดสื่อย่าง ESPN ต้องมาถ่ายทอดสดเขาในเกมการแข่งขันระหว่าง ทีมของเลบรอน เจมส์ กับ Oak Hill Academy ซึ่งเป็นทีเต็งระดับประเทศเลยทีเดียว
แถมการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ยังนับได้ว่าเนการถ่ายทอดบาสเกตบอลระดับมัธยมครั้งแรกของ ESPN ในรอบ 13 ปี ซึ่งในเกมนั้นตัวของ เลบรอน เจมส์ ก็ไม่ทำให้คนที่รอชมฟอร์มของเขาต้องผิดหวัง เพราะว่าเขาได้พาทีมของเขาเอาชนะทีมเต็มแชมป์ได้
มันจึงไม่แปลกใจเลยว่า เลบรอน เจมส์ ที่ก้าวเข้าสู่วัย 18 ปีจะกลายเป็นคนที่ผู้คนทั้งประเทศต่างจับตามอง จนทำให้บรรดาเหล่าสปอนเซอร์จากแบรนด์ต่าง ๆ วิ่งเข้าหากันอย่างจ้าละหวั่น
และนั่นเองก็คือจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาในการกอบโกยเงินของ เลบรอน เจมส์ ซึ่งในปี 2003 แบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Adidas Reebok และ Nike ต่างก็เปิดศึกไล่ล่าลายเซ็นของชายคนนี้ แต่ทว่าความเป็นนักธุรกิจของ เลบรอน เจมส์ เองก็เริ่มขึ้นตรงนี้ เพราะว่า ตัวของ เลบรอน เจมส์ ที่ช่วงนั้นยังไม่เซ็นสัญญากับแบรนด์ใด ๆ เขามักที่จะใส่เสื้อผ้าของ ไนกี้ ไปในงานของ
อาดิดาส เท่านั้นยังไม่พอ เพราะเวลาที่เขาไปงานของ อาดิดาส เขาก็มักจะใส่เสื้อผ้าของ ไนกี้ ไป
เพื่อเป็นการปั่นให้ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า เขาจะเลือกเซ็นสัญญากับแบรนด์ไหน นั่นเอง
และเพราะวิธีการนี้ของ เลบรอน เจมส์ ทำให้บรรดาเหล่าแบรนด์ต่าง ๆ พร้อมที่จะทุ่มเงินมหาศาล เพื่อให้เจมส์หันหน้ามาคุยกับพวกเขา โดนทาง อาดิดาส ได้เสนอสัญญามูลค่า 1,800 ล้านบาท ในขณะที่ ไนกี้ ได้เสนอสัญญามูลค่า 2,700 ล้านบาท และทาง Reebok ได้เสนอสัญญามูลค่า 3,450 ล้านบาท พร้อมจ่ายเป็นเช็คเงินสดทันที 300 ล้านบาท
แต่บรรดาเหล่าแบรนด์กีฬาเหล่านี้หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วตัวของ เลบรอน เจมส์ นั้นตัดสินใจเลือกแบรนด์อย่าง ไนกี้ ไว้ในใจนานแล้ว เพราะว่าตัวของ เลบรอน เจมส์ ต้องการที่จะเดินตามรอยนักบาสระดับตำนานอย่าง ไมเคิล จอร์แดน ที่สามารถสร้างธุรกิจของตัวเอง ร่วมกับ ไนกี้ ได้นั่นเอง และในทีสุดปี 2003 เลบรอน เจมส์ ก็ได้เซ็นสัญญากับไนกี้ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า ซุปเปอร์ สตาร์ผู้ล่วงลับอย่าง โคบี้ ไบรอัน
แต่ทว่านั้นยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเล็กของเส้นทางธุรกิจของนักบาสที่ถูกขนามนามว่าเป็นเบอร์ 1 ของ NBA อย่าง เลบรอน เจมส์ เท่านั้น ซึ่งเส้นทางที่ทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจมือฉมังนั้นคืออะไร เดี๋ยวเรามาติดตามกันต่อในบทความหน้าของเรา dunkswin9