หากพูดถึงการเล่นกีฬาสิ่งที่เรา ๆ จะขาดไม่ได้เลยสำหรับการเล่นกีฬาพวกนี้นั่นก็คือ อุปกรณ์กีฬา ซึ่งแน่นอนว่าอุปกรณ์กีฬาสำหรับสวมใส่เพื่อเล่นกีฬาชนิด ๆ นั้นย่อมแตกต่างไปตามแต่ประเภทกีฬาที่เราเล่น แต่ทว่าหากลองนึกดูดีแล้ว มันกลับมีอุปกรณ์หนึ่งที่บรรดาเหล่าผู้เล่นจะต้องมีเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นประเภทกีฬาไหนก็ตาม สิ่ง ๆนั้นก็คือ รองเท้า
ซึ่งสำหรับวงการบาสเกตบอลเองก็เช่นกัน เรื่องรองเท้าสำหรับการเล่นนั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญเลยที่เหล่าผู้เล่นจำเป็นต้องมี และเพราะการที่มันกลายเป็นของจำเป็นที่ขาดไม่ได้ จึงทำให้มีบรรดาเหล่าสปอนเซอร์ที่เป็นเจ้าของแบรนด์เข้ามาจับจองและทาบทามให้ผู้เล่นหลาย ๆ คนเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับรองเท้าของพวกเรา รวมถึงยังผลิตรองเท้าอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้เล่นเหล่านั้นอีกด้วย
ซึ่งเพราะความเป็นเอกลักษณ์นี้เองที่ทำให้เราได้เห็นรองเท้าซึ่งเป็นซิกเนเจอร์มากมาย
ของบรรดาเหล่าคนดังในวงการบาสที่ค่อนข้างจะมีลวดลายเฉพาะตัว แต่ทว่ากลับมีนักบาสคนหนึ่งที่เขาไม่ได้ต้องการเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรองเท้าเขาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเขาคนนั้นก็คือ แชคีล โอนีล หรือ แชค นั่นเอง
จุดเริ่มต้นของการทำรองเท้ารุ่นนี้เกิดขึ้นมาในปี 2004 โดยตอนนั้นมีแบรนด์รองเท้าที่ชื่อว่า Payless ซึ่งเป็น
แบรนด์ที่เน้นการจำหน่ายรองเท้าราคาถูก ต้องการที่จะทำรองเท้าบาสเกตบอลของตัวเองเพื่อออกวางจำหน่าย โดยมีวัตถุประสงค์ก็คือ ตอบรับกระแสรองเท้าบาสที่กำลังกลายเป็นที่นิยมสุด ๆ ในขณะนั้นนั่นเอง
โดยสิ่งที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจจะมาลุยตลาดนี้นั่นก็คือ ตอนนั้นรองเท้าบาสที่อยู่ในตลาด
นั้นค่อนข้างจะมีราคาสูงเป็นพิเศษ จึงทำให้พวกเขาคิดว่าการเข้ามาทำรองเท้าราคาถูกนั้นจะสามารถแบ่งก้อนเค้กการตลาดในส่วนนี้ได้บ้าง
และการที่จะขายรองเท้าบาสได้สิ่งแรกที่พวกเขาจะต้องหาเลยนั่นก็คือ ซุปเปอร์สตาร์สักคนที่บรรดาเหล่าแฟน ๆ รู้จัก และ พร้อมที่จะเสียเงินหากเห็นเขาใส่เจ้ารองเท้านี้ โดยคนที่พวกเขาดึงมาเข้าร่วมก็คือ สุดยอเซ็นเตอร์แห่งยุคสมัยอย่าง แชคีล โอนีล
แน่นอนว่าการตัดสินใจของ แชค ในครั้งนี้มันค่อนข้างที่จะสร้างความประหลากใจให้ทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะว่ารัศมีซุปเปอร์สตาร์ของเขาตอนนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างโดดเด่นเป็นอย่างมากอีกทั้งเขาคนนี้ยังเซ็นสัญญาร่วมกับแบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง รีบ็อค อยู่แล้วอีกด้วย จึงทำให้การเซ็นสัญญาในครั้งนี้มันเสมือนเป็นการลดคุณค่าของตัว แชค ลง
แต่ทว่ากกลับกัน เพราะว่าทาง แชค ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา หรือ การลดทอนคุณค่าของเขาลงเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ นั่นก็คือ การทำให้รองเท้าบาสกลายเป็นสิ่งจับต้องได้ของทุกคนต่างหาก
ซึ่งหลังจากที่ แชค ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ Payless เขาจึงได้เข้าพูดคุยกับทางบริษัท
และ ความเห็นของทั้ง 2 ฝ่ายก็มาตรงกันที่ รองเท้ารุ่นที่ทำร่วมกับ แชค นั้นจะมีราคาขายอยู่ไม่เกินคู่ละ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 1,200 บาท ซึ่งการตั้งราคานี้ทำให้ตัวรองเท้ารุ่นนี้ของแชคมีราคาถูกกว่ารองเท้าในตลาดเป็นเท่าตัว
และแน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็นรองเท้าราคาถูก ดังนั้นต้นทุนการผลิตจึงไม่ได้สูงมาก แต่ทว่าด้วยความที่มันเป็นรองเท้าบาส ถ้ามันไม่มีเอกลักษณ์ใด ๆ เลยให้จดจำ เหล่าแฟนบาสเองก็คงจะไม่มีทางซื้ออย่างแน่นอน
ดังนั้นวิธีการที่จะสร้างจุดขายได้ดีที่สุด และ ไม่ต้องคิดเยอะนั่นก็คือ การลอกของฮิตอยู่แล้วมันไปเลยนั่นเอง
โดยคอนเซ็ปต์ของรองเท้านี้เริ่มลอกมาตั้งแต่ชื่อเลย เพราะว่าชื่อของ Dunkman
นั้นเป็นการนำเอาชื่อโลโก้ของ Jumpman จาก Air Jordan มาล้อเลียน โดยโลโก้จากรูปคนกระโดด ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นท่าดังค์อันเป็นเอกลักษณ์ของ แชค แทน
เรื่องชื่อ กับ โลโก้ นี่ยังถือว่าพอทน เพราะว่ามีการคิด และ เปลี่ยนคอนเซ็ปต์จากของเก่าอยู่ไปพอสมควร แต่ถ้ามาพูดถึงเรื่องดีไซน์ของตัวรองเท้าแล้ว อันนี้บอกกเลยว่ามันคือการกด Copy Paste มากันเลยทีเดียว โดย Air Jordan รุ่นไหนฮิต รุ่นไหนโดน Dunkman ก็อปเรียบ แถมงานนี้ไม่ได้ Copy มาเพียงแค่ ดีไซน์อย่างเดียวนะ แต่ยังรุ่นชื่อรุ่นมา และ เปลี่ยนชื่อนำหน้าเพียงเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น Air Jordan 1 หากมากเป็นรองเท้าของ Payless ก็จะใช้ชื่อว่า Air Shaq 1
และนอกจากก็อปรองเท้าชื่อดงัอย่าง Air Jordan แล้ว Dunkman ของเขายังลามไปก็อปรองเท้ารุ่นอื่น ๆ อีกด้วยไมว่าจะเป็น Air Force , Nike Air Max , Under Armour Curry หรือ Reebok Question Dunkman ก็อปเรียบมาหมดแล้ว
แต่ถึงมันจะเป็นการก็อปขนาดไหนก็ตาม ตัวแชคออกออกมายืดอกยอมรับอย่างภูมิใจว่าการก็อปทั้งหมดนี้เขาตั้งใจทำ ซึ่งมาถึงตอนนี้หลาย ๆ คนอาจจะงงว่า ถ้าจะก็อปมาขนาดนี้ทำไมแบรนด์ดัง ๆ ถึงยังไม่ฟ้องร้องเขาซะที
โดยเหตุผลที่ทำให้รองเท้าของชายร่างยักษ์คนนี้รอดพ้นการฟ้องรองนั่นก็คือ การใช้วัตถุดิบในการผลิตรองเท้า ซึ่งไม่ได้มีความเหมือนอะไรเลยกับต้นฉบับ
และเพราะความที่หน้าตาเหมือนกับของรองเท้ายอดฮิตในตลาด แต่มีราคาถูกันแบบครึ่งต่อครึ่งนี้เองที่ทำให้รองเท้านี้ขายดีเป็นเทน้ำ เทท่า เพราะนับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา รองเท้าของ แชค สามารถขายไปแล้วอย่างน้อย 150 ล้านคู่
โดยกลุ่มที่ซื้อรองเท้านี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือ บรรดาเหล่าพ่อแม่ และ ผู้ปกครองต่าง ๆ ที่ได้ตัดสินใจซื้อรองเท้ารุ่นนี้ให้ลูก ๆ ของเขาใส่ไปเรียนน แถมรองเท้ารุ่นนี้ก็ยังสามารถที่จะหาซื้อได้ง่าย ๆ เพราะว่า รองเท้าของเขามีวางจำหน่ายฝใน Kmart หรือ Wal-Mart ที่มีลักษณะเหมือนกับ 7-Eleven ของบ้านเรา
แต่ถึงจะสามารถขายได้เป็นเทน้ำ เทท่าขนาดไหนก็ตาม แต่เจ้ารองเท้านี้ก็ไม่ได้สร้างรายได้อะไรกับ แชค เท่าไหร่ แต่เราก็เชื่อว่าการทำรายได้นี้มันก็ไม่ได้เป็นเหตุผลสำคัญใด ๆ เลย เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา นั่นก็คือ การสร้างรองเท้าบาสที่ทุกคน สามารถเป็นเจ้าของได้นั่นเอง