ในหนัง หรือ ในการ์ตูนต่าง ๆ สิ่งที่เป็นสัจจะธรรมและมักจะถูกพร่ำบอกเสมอมานั่งก็คือ สัจจะธรรมอย่าง ธรรมะ ย่อมชนะอธรรมเสอม หากแต่ว่าในชีวิตจริงเรื่องราวเหล่านั้นบางทีมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของบาสเกตบอล NBAในช่วงปีปลายปี 1980 ซึ่งในตอนนั้นทีมที่เปรียบเสมือนกับตัวร้ายในละครได้ปรากฏตัวขึ้น และ ครองควงามยิ่งใหญ่เถลิงสู่บังลังก์แชมป์ โดยทีมที่ว่านั้นก็คือ ทีมอย่าง ดีทรอยต์ พิสตันส์
จุดเริ่มต้นของการที่ทำให้ทีมอย่าง ดีทรอยต์ พิสตันส์ เริ่มครองอำนาจนั้นเราต้องขอย้อนกลับไปสู่เรื่องราว
ต้นกำเนิดภาพลักษณ์เหล่านี้ก่อน โดยในปี 1920 นั้น เมือง ดีทรอนต์ ถือได้ว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีเม็ดเงินหมุนเวี่ยนมากที่สุดในอเมริการเนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ และ มีโรงงานผลิตรถยนต์มากมาย แถมที่เมืองแห่งนี้ยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของอเมริกาเลยอีกด้ว
แต่ทว่าในปี 1950 ดีทรอยต์ ก็ต้องเจอกับวิกิฤตที่มาจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ของเมืองต่างก็ต้องหยุดชะงักลง และเพราะปัญหาที่ค่อย ๆ สะสมนี้เองที่ทำให้สุดท้ายแล้วในเมืองดีทรอยต์แห่งนี้ก็เกิดจราจลกลางเมืองขึ้น ซึ่งเพราะการก่อจราจลในครั้งนี่เองที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเมืองกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความรุนแรง รวมถึงมันยังกลายเป็นแหล่งซ่องสุมของอาชญากรรม มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงมองกลุ่ม แบด บอย ในทีม ดีทรอยต์ พิสตันส์ ว่าเปรียบเสมือนฮีโร่
โดยจริง ๆ แล้วในช่วงเริ่มต้นของยุค 1980 นั้นทีมอย่าง ดีทรอยต์ พิสตันส์
นั้นยังเป็นเพียงแค่ทีมไม้ประดับที่ไม่ว่าจะลงเล่นเมื่อแทบจะแทงสวนได้ เนื่องจากในตอนนั้นทีมไม่ได้มีเงินให้จับจ่ายใช้สอนอะไรมากมาย แถมผู้เล่นส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ใช่ผู้เล่นที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แถมยังเป็นของเหลือจากทีมอื่นซะส่วนใหญ่ รวมถึงโค้ชของพวกเขาอย่าง ชัค เดลี่ย์ ที่ได้รับฉายาว่า Dead Man Walking
ซึ่งโค้ช ชัค เดลี่ย์ ก่อนที่เข้ามาคุม ดีทรอยต์ พิสตันส์ เขานัน้เคยทีมทีมอย่าง คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส มาก่อนแต่สุดท้ายเขาก็ถูกไล่ออกมาในปี 1982 ซึ่งการเดินทางเข้ามาสู่ พิสตันส์ในครั้งนี้เขาก็ได้หนีบเอาหนึ่งลูกศิษย์รักของเขาอย่าง บิล แลมเบียร์ ติดมาด้วย 1 คน
และทันที่เขาเดินทางมาถึงทีมดีทรอยต์ พิสตันส์ เขาก็รู้ซึ้งได้ทันทีว่าทีมที่เขากำลังคุมอยู่ตอนนี้คงไม่มีทางที่จะเล่นเกมรุกอันสวยงามเหมือนกับทีมอย่าง เซลติก หรือ เลเกอร์ส ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงทำการเปลี่ยนแท็คติกของทีมให้กลายเป็นทีมที่เน้นการตั้งรับเป็นพิเศษ
นอกจากการวางแทคติกให้ทีมอย่าง ดีทรอยต์ พิสตันส์ กลายมาเป็นทีมที่เล่นเกมรับแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทางโค้ชอย่างชัด เดลี่ย์ ใส่เข้าไปนั่นก็คือ การให้แต่ละคนเล่นในสไตล์การเล่นที่ตัวเองถนัด โดยเขาอนุญาติให้แลมเบียร์สามารถที่จะเล่นแรง หรือ สกปรกแค่ไหนก็ได้ตามสะดวก เพราะว่าในช่วงนั้นใน NBA ยังไม่มีกฎยิบย่อยเกี่ยวกับการปะทะเหมือนดังเช่นเราเห็นทุกวันนี้
นอจากนั้นเขายังเปิดโอกาสให้บรรดาเหล่าผู้เล่นในทีม ดีทรอยต์ พิสตันส์
สามารถแสดงตัวตนออกมาได้อย่างเต็มที่เมื่อลงสนาม ซึ่งเพราเหตุผลดังกล่าวนี้เองจึงทำให้เขาคนนี้เริ่มได้ใจจากลูกทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอเซห์ โธมัส
แน่นอนว่าการแข่งขันกีฬามันย่อมีผู้นำทีมเป็นของธรรมดาและผู้ที่มารับบทศูนย์รวมจิตใจของบรรดาเหล่าคนโฉดแห่ง ดีทรอยต์ พิสตันส์ นั่นก็คือ ไอเซห์ โธมัส ชายร่างเล็กที่แจ้งเกิดกับการเล่นในมหาวิทยาลัย อินเดียน่า ในปี 1981 ซึ่งหลังจากที่เขาถูก ดีทรอยต์ พิสตันส์ ดราฟต์เข้ามาเข้ามาเขาก็สามารถโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นจนในที่สุดเขากลายเป็นเจ้าของประวัติศาสตร์ของการดราฟต์ที่ดีที่สุดของทีมและเขาก็ก้าวมาสู่ผู้นำทีมในที่สุด
ซึ่งเพราะความแน่นแฟ้นนี้เองที่ทำให้ทีมอย่าง ดีทรอยต์ พิสตันส์ เริ่มเข้ารูปเข้ารอยจนทำให้พวกเขาสามารถเข้าไปเล่นรอบเพลย์ออฟได้เป็นครั้งแรกหลังจากที่ห่างหายไปถึง 7 ปี แต่ก็น่าเสียดายทีตอนนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถที่จะต้านทานทีมโคตรแกร่งอย่างเซลติกส์ได้ แต่ถึงแบบนั้นมันก็ถือได้ว่าเป็นการลับคมให้กับบรรดาเหล่าหัวโจ๊กในทีมทั้งหลาย
เมื่อความหวังเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ชัค เดลลี่ย์ ก็เริ่มเสริมแกร่งให้กับดีทรอยต์ พิสตันส์
โดยการหาผู้เล่นที่เหมาะแท็คติกของเขาโดยในที่สุดเขาก็ได้ดรีมทีมสุดโหดที่เขาต้องการนั่นก็คือ บิล แลมเบียร์, เดนนิส ร็อดแมน, ริค มาฮอร์น, โจ ดูมาร์ส, จอห์น แซลลี่ และกัปตันทีมอย่าง ไอเซห์ โธมัส
ซึ่งแม้ว่า ดีทรอยต์ พิสตันส์ จะเสริมทีมจนกลายเป็นที่พอใจสำหรับ โค้ชชัค เดลลี่ย์ แล้วก็ตาม แต่ทว่าเป้าหมายถึงแชมป์มันก็ยังไกลเกินกว่าที่พวกเขาจะเอื้อมถึง แต่แล้วในปี 1989 พวกเขาก็เริ่มทำการสร้างเรื่องราวชวนตะลึง เพราะว่าในการชิงแชมป์สาย ทีมที่ได้ชื่อว่าเล่นตุกติกและสกปรกที่สุดต้องมาเผชิญหน้ากับทีมระดับพระเอกอย่าง ชิคาโก้ บูลส์ ที่มีไมเคิล จอร์แดน
และแน่นอนว่าความเก่งของจอร์แดนนั้นมันเป็นที่ประจักษสู่สายตาหลาย ๆ คนอยู่แล้ว มันจึงทำให้ ดีทรอยต์ พิสตันส์ ได้ทำการวางแท็คติกใหม่ ซึ่งแท็คติกนั้นมีชื่อว่า จอร์แดน รูลส์ โดยวิธีการทำงานของแท็คติกนี้ก้คือ ถ้าจอร์แดนอยู่ในจุดที่สามารถทำคะแนนได้พวกเขาจะผลัก จอร์แดน ออกจากจุดนั้นด้วยการเล่นดับเบิ้ลทีม และถ้าจอร์แดนย้ายไปเล่นปีกซ้ายทั้งทีก็จะรุมกินโต๊ะเขาทันที ส่วนถ้าจอร์แดนหลุดมาถึงใต้แป้นเมื่อไหร่ ทางทีมก็จะเตรียมผู้เล่นสูงใหญ่พร้อมเข้าเล่นงานเขาด้วยกันถึง 2 คน
และแน่นอนว่าแท็คติกนี้มันได้ผลอย่างมากทำให้ในที่สุด ดีทรอยต์ พิสตันส์ ก็สามารถที่จะเอาชนะ ชิคาโก้ บูลส์ ที่เปรียบเสมือนกับราชาของวงการบาสยุคนั้นลงได้ด้วยคะแนน 4 – 2 เกม และแน่นอนว่าเมื่อเหล่าทรชนสามารล้มราชาลงได้ความมั่นใจของพวกเขาก็มาเต็ม
โดยพวกเขาได้ผ่านเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศและคู่แข่งของเขานั่นก็คือยอดทีมอย่าง แอลเล เลเกอร์ส แต่ทว่าสภาพทีมของ
เลเกอรส์ ในตอนนั้นถือว่ายังไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไหร่ จึงทำให้งานนี้ ดีทรอยต์ พิสตันส์ เปิดเกมยำใหญ่ใส่ และ เอาชนะไปด้วยคะแนน 4 – 0 เกมแบบขาดลอย ส่งผลให้พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ในปีนั้นได้สำเร็จ
แต่ความยิ่งใหญ่ของพวกเขายังไม่หมดแต่เพียงเท่านั้น เพราะว่าในปี 1990 ทีมอย่าง ดีทรอยต์ พิสตันส์ ก็ได้มาเจอกับบลูส์ในการชิงแชมป์สายอีกครั้ง และมันก็ยังเป็นอีกครั้งที่ทำให้เห็นว่าพวกเขาไม่ฟลุกเนื่องจากพวกเขาสามารถที่จะโค่นเจ้ากระทิงดุลงได้อีกครั้ง ก่อนที่จะทะลุเข้าสู่รอบชิง และสุดท้านแล้วพวกเขาก็สามารถที่ล้ม พอร์ทแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส ลงได้แล้วคว้าแชมป์ 2 สมัยซ้อนติดกันนั่นเอง