แม้ว่าการเป็นนักกีฬาจะสามารถทำรายได้จากการลงแข่งขันแต่ละนัดได้อย่างมามหาศาลก็ตาม แต่สำหรับแฟน ๆ กีฬา รวมถึงตัวผู้เล่นเองก็น่าจะเข้าใจกันนี้ว่าสำหรับวงการกีฬาแล้วมันไม่มีคำว่าตลอดไป เพราะว่ากีฬาแต่ละประเภทนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ร่างกายอย่างหนักในการเล่นจึงทำให้เมื่อร่างกายของหลาย ๆ คนแก่ตัวลงพวกเขาเองก็ไม่สามารถที่จะเล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ ได้ และบรรดาเหล่านักบาสNBAก็มาอาจจะหลีกหนีชะตากรรมเหล่านี้ได้พ้นเช่นกัน
แต่ถึงแบบนั้นนักบาสNBAหลาย ๆ คนเองความฝันของเขาก็ไม่ได้หมดเพียงแค่ในสนามเท่านั้น เพราะว่าเขามีความฝันอีกหลาย ๆ อย่างที่อยากทำเพียงแต่ว่าเมื่อเขาต้องเล่นอยู่ในลีกอาชีพนั้นทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะไปสานฝันด้านอื่น ๆ จึงทำให้หลังจากที่พวกเขารีไทร์ออกจากวงการไปแล้ว มันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงได้เริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองทำมาโดยตลอด
มันจึงทำให้ในวันนี้เราจะขอพาทุก ๆ ไปพบกับเรื่องราวของเหล่านักบาสNBA
ที่แม้ว่าพวกเขาจะลาวงการไปแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงเดินทางฝันกันอย่างต่อเนื่อง แต่ก่อนที่จะเริ่มอ่านบทความนี้ เรยังเคยทำเรื่องราวต่าง ๆ ของพวกเขาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งคุณสามารถที่จะย้อนกลับไปอ่านในบทความเก่า ๆ ของเราได้ ส่วนในครั้งนี้จะมีใครบ้างที่เดินตามฝันของตัวเอง เอาเป็นว่า เราไปเริ่มชมกันเลย
สำหรับนักบาสNBAคนแรกที่ความฝันไม่ได้หมดเพียงแค่ในสนาม เขาคนนี้ก็คือ ดาร์โก มิลิซิซ ชายผู่ซึ่งเป็นอดีตแชมป์ NBA กับ ดีทรอยท์ พิสตันส โดยเขาคนนี้ถูกทีมดราฟต์เข้ามาเป็นอันดับที่ 2 ในปี 2003 และยังเป็นปีเดียวกับที่ ราชาแห่งวงการบาสในปัจจุบันอย่าง เลบรอน เจมส์ อีกด้วย
และด้วยความสูงของเขามี่มีถึง 7 ฟุต แถมยังหนัก 275 ปอนด์ ทำให้เขาคนนี้ชอบเล่นชอบการเล่นกีฬาหลากหลายชนิดตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะว่าเขานั้นทั้งเล่นฟุตบอล รวมถึง ศิลปะป้องกันตัว ต่าง ๆ แต่เพราะว่ารูปร่างที่สูงและสัดทัดทำให้สุดท้ายแล้วเขาก็กลายมาเป็นนักบาสNBA ในที่สุด
โดยตัวเขาเคยบอกว่าถ้าเขาไม่ได้เป็นนักบาสNBAหรือได้ข้องเกี่ยวกับการเล่นกีฬา
เขาคนนี้ก็คงที่จะไปใช้ชีวิตในฟาร์มปลูกไร่แอปเปิ้ล และหลังจากที่เขาคนนี้รีไทร์ออกจาก NBA ไปแล้ว เขาก็ไปเอาดีทางด้าน คิก บ็อกซิ่ง แต่สุดท้ายแล้วแม้ว่าเขาจะฝึกซ้อมหนักขนาดไหนก็ตามเขาก็พบว่าไม่สามารถเอาดีทางด้านนี้ทำให้สุดท้ายแล้วเขาก็หันไปทำฟาร์มตามที่เขาเคยฝันเอาไว้นั่นเอง
นักบาสNBAอีกคนนั่นก็คือ ชายที่มีชื่อว่า คริส ดัดลีย์ อดีตเซนเตอร์ของ นิวยอร์ก นิกส์ ซึ่งเขาคนนี้ถือได้ว่าเป็นชายอีกคนที่มีสถิติยิงลูกโทษที่แสนห่วยแตกที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ NBA โดยเขายิงลงเพียงแค่ 45.8% เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นผลการเรียนของเขากลับสวนทางกับเรื่องดังกล่าว
โดยหลังจากที่ใช้ชีวิตเป็นนักบาสNBAมาถึง 17 ฤดูกาล หลังจากที่เขารีไทร์เขาก็ได้ความหัวดี
ของเขามาประกอบวิชาชีพอย่างการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับสถบันหลาย ๆ แห่ง รวมถึงเขายังมีดีกรีเป็นถึงรองประธานบริษัท ฟิลกรี แอดไวเซอร์ ที่มีหน้าที่ดูแลความั่นคงด้านการเงินให้กับบุคคลสำคัญหลายต่อหลายคนอีกด้วย
และนอกจากอีกสิ่งที่ดูเหมือนว่ามันไม่น่าเข้ากับอดีตนักบาสNBAอย่างเขาเลยนั่นก็คือ การเมือง โดยเขาคนนี้มีฐานเสียงในท้องถิ่นมากพอสมควรมันจึงทำให้เขาตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งเชื่อชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐโอเรกอนในปี 2010 โดยเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน แต่ก็น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วคะแนนเสียงของเขาก็ไม่อาจชนะคู่แข่งอย่าง จอห์น คิตชเบอร์ จากพรรคเดโมแครตได้
และอย่างที่เราได้บอกเมื่อครู่ว่านักบาสNBAกับเส้นทางการเมืองนั้นดูไม่ค่อยจะไปด้วยกันได้สักเท่าไหร่ แต่ทว่ามันกลับไม่สามารถพูดได้กับชายคนนี้ ชายที่ชื่อว่า เควิน จอห์นสัน ซึ่งเขาคนนี้คืออดีตคู่หูของ ชาร์ลส์ บาร์คลีย์ ที่สามารถช่วยพากันพาทีม ฟีนิกซ์ ซันส์ เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ NBA ปี 1993 ได้นั่นเอง
โดยเมื่อสมัยที่ตัวของ เควิน จอห์นสัน เป็นนักบาสNBAเขาคนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ค่อนข้างจะมีวาทะศิลป์เป็นเลิศ รวมถึงเขาคนนี้ยังเป็นคนขยัน และมักจะคอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมอยู่เสมอ และหลังจากที่เขาได้รีไทร์ตัวเองออกจากวงการ เขาก็คนนี้ก็ได้มุ่งหน้าสู่อีกหนึ่งความฝันที่เขาคิดเอามาไว้ตลอดนั่นก็คือ การลงเล่นการเมือง นั่นเอง
โดยตัวของ เควิน นั้นถือได้ว่าเป็นอีกคนที่มีวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างดี เนื่องจากเขาได้ปูทางให้กับตัวเอง
มาโดยตลอด โดยหลังจากที่เขาเลิกเป็นนักบาสNBA เขาก็ได้ก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขึ้น และ ใช้ฝีปากอันยอดเยี่ยมของเขาไปพูดกระตุ้นแรงใจให้เด็ก ๆ ด้อยโอกาส รวมถึงเขายังนำกำไรของบริษัทมาซื้อของแจกพวกเด็ก ๆ เหล่านั้นอีกด้วย ซึ่งการกระทำนี้ของเขานี้เองที่ให้เขาได้ใจชาวซาคราเมนโตไปเต็ม ๆ
และหลังจากนั้นในปี 2008 ตัวของ เควิน จอห์นสัน ก็ได้สลัดคราบนักบาสNBAออก เพราะว่าเขาได้ลงสมัครเป็นนายกเทศมนตรีของเมือองซาคราเมนโตแถมยังได้รับชัยชนะอีกด้วย แถมเขาได้อยู่ในตำแหน่งนี้ถึง 2 สมัยซ้อน โดยอยู่ตั้งแต่ปี 2008 – 2016 และตัวของ เควิน ก็ยังถือได้ว่าเป็นนายกเทศมนตรีชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกของเมืองซาคราเมนโตอีกด้วย
และนี่ก็คือเรื่องราวของบรรดาเหล่านักบาสNBAที่แม้ว่าเส้นทางความฝันในสนามของพวกเขาจะจบลง แต่อีกหนึ่งความฝันของพวกเขาก็ได้เริ่มจุดประกาย