หากเราได้ชมบาส NBA กันบ่อยเรามักจะทราบกันดีกว่าบรรดาเหล่าผู้เล่นชั้นนำมักจะมีท่าธรรมดาที่ดูเหมือนว่าพวกเขามักจะใช้บ่อย ๆ แต่ทว่ายิ่งใช้บ่อยท่าเหล่านั้นมันยิ่งทรงประสิทธิภาพจนทำให้สุดท้ายแล้ว ท่าเหล่านั้นก็กลายเป็นท่าไม้ตายในNBA เฉพาะตัวของพวกเขาเหล่านั้นไป
ซึ่งแน่นอนว่าบรรดาเหล่าท่าไม้ตายในNBAนั้นไม่ได้เพิ่งเริ่มมามีในสมัยนี้ แต่ท่าพวกนั้นมันมีมานานตั้งแต่ยุค 80 แล้วซึ่งบรรดาเหล่านักบาสชั้นนำเองก็มีท่าไม้ตายอันเป็นเอกลักษณแทบทุกคนยกตัวอย่างเช่น ท่าสกายฮุคของ คารีม อับดุล จาบาร์ หรือจะเป็น ดับเบิ้ลคลัทช์ และ เฟดอเวย์ ของ ไมเคิล จอร์แดน
แต่อย่างที่เรารู้ว่าในปัจจุบันนี้เกมการแข่งในลีกนั้นค่อนข้างที่จะเปลี่ยนไปอย่างมาก จากเกมที่เน้นรับ และ แทคติก ได้เปลี่ยนกลายมาเป็นเกมที่เน้นการรุกเพื่อเอ็นเตอรเทรน์บรรดาเหล่าคนดูมากขึ้น แต่ถึงรูปเกมจะเปลี่ยนไปมากแต่สิ่งที่ไม่เคยจะเปลี่ยนเลยนั่นก็คือท่าไม้ตายในNBAแถมในยุคใหม่นี้บรรดาเหล่าท่าไม้ตายที่นักบาสหลาย ๆ คนงัดออกมามันยิ่งดูยิ่งเพลินกว่าแต่ก่อนมากเลยอีกด้วย
โดยสิ่งที่เราทำให้เราได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของท่าไม้ตายในNBAนั่นก็คือรูปร่างของผู้เล่น
ซึ่งเราต้องยอมรับกันเลยจริง ๆ ในช่วงยุคต้นปี 2000 นั้นจะเป็นช่วงของการใช้ผู้เล่นตัวใหญ่ ซึ่งในช่วงนั้นทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ก็คงจะหนีไม่พ้น คู่หูสุดโหดอย่าง แชค และ โคบี้
ซึ่งแน่นอนว่าถ้าให้พูดถึงผู้เล่นร่างใหญ่ในยุคนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นผู้เล่นอย่าง แชค ซึ่งเพราะความรูปร่างใหญ่ของเขานี้เองแหละที่มันได้กลายเป็นท่าไม้ตายในNBAอย่างท่า ดรอปสเต็ป ซึ่งท่านี้มันจะแตกต่างกับบรรดาท่าพลิ้ว ๆ ของผู้เล่นคนอื่น ๆ เพราะว่าท่านี้มันเป็นท่าที่รุนแรง ทรงพลัง แบบสุด ๆ ไปเลย
โดยท่าไม้ตายในNBAของแชคอย่าง ดรอปสเต็ป จะไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย โดยแชคจะอาศัยระยะที่ห่างจากห่วงไม่มากในบริเวณมุม 45 และเมื่อเขารับบอล เขาก็จะค่อย ๆ ดันตัวเองเข้ามาเรื่อย ๆ จนเข้าระยะทำการ ก่อนที่จะผลิกตัวแล้วกระโดดดังค์ อย่างสะใจ ซึ่งต่อให้มีเซ็นเตอร์เข้ามากัน แต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่ไม่อาจต้านทานท่าไม้ตายนี้ของแชคได้
และท่าไม้ตายในNBAของแชคนี้เองที่ได้ส่งผลให้ตัวของเขาคนนี้ได้กลายเป็นเซ็นเตอร์ไร้ผ่ายในยุคนั้นเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าความดุดันของท่าไม้ตายนี้เองที่ทำให้เมื่อไหร่ที่เขาอยู่ใต้แป้นบรรดาเหล่าผู้เล่นที่ต้องเผชิญหน้ากับแชคมันจะเหมือนกับเจอฝันร้ายเลยทีเดียว
นอกจากนั้นแล้วท่านี้มันยังส่งผลให้บางทีตัวของแชคเองก็ได้ฟาล์วการการเล่นและได้ยิงลูกโทษเพิ่มอีก 1 ลูกด้วย ซึ่งเพราะความแข็งแกร่งจากท่าไม้ตายในNBAของแชคนี้เองที่ทำให้หลาย ๆ ทีมเองก็ต้องหาวิธีมารับมือ และหนึ่งในท่าไม้ตายของหลาย ๆ ทีมที่ถูกส่งออกมาเพื่อจัดการกับแชคโดยเฉพาะนั่นก็คือ ท่าที่เรียกว่า แฮค อะ แชค ซึ่งจะเป็นการตั้งใจฟาล์วแชคในสนามทันทีในขณะเขาใกล้จะมีจังหวะ เพื่อให้แชคมายิงลูกโทษเอง ซึ่งหลาย ๆ คนก็น่าจะรู้ว่าสถิติการยิงลูกโทษของชายร่างยักษ์คนนี้มันห่วยแตกขนาดไหน
และเมื่อท่าแบบนี้เริ่มเป็นที่ได้ผลมีเหรอที่คนอื่นจะไม่เริ่มเลียนแบบ และหนึ่งในคนที่เลียนแบบท่าไม้ตายของแชคและเอามาปรับปรุงจนกลายเป็นท่าไม้ตา ของตัวเองนั่นก็คือ ทิม ดันแคน โดยท่าไม้ตายท่าไม้ตายในNBAของเขามีชื่อว่า Bank Shot
ซึ่งแม้ตัวของดันแคนจะมีความสามารถแทบทุกอย่าง แถมไอคิวในการเล่นบาสของเขาก็เป็นอะไรที่สุดยอดแต่ทว่าท่าไม้ตายในNBAของเขากลับเป็นอะไรที่ดูเรียบง่าย อย่างการเช็ดแป้น ซึ่งท่านี้มันเป็นท่าพื้นฐานที่บรรดาเหล่าเด็กวัยรุ่นที่เล่นบาสทั่วอเมริกายังทำได้เลยนั่นเอง
ซึ่งแม้ว่ามันจะเป็นท่าสุดแสนจะพื้นฐานก็ตามแต่ทว่าตัวของดันแคนก็ทำให้ท่าพื้นฐานี้มันกลับกลายมาเป็นท่าไม้ตายในNBAของเขาได้อย่างลงตัว ซึ่งเรียกว่าทันทีที่ดันแคนยืนในมุม45 องศา และชูลูกเตรียมชู๊ตเหมือน สกอร์บอร์ดตรงนั้นก็พร้อมที่จะขยับได้เลยทันที
และหลังจากเราพาทุก ๆ คนไปดูท่าไม้ตายในNBAของบรรดาเหล่าผู้เล่นที่มีร่างกายสูงใหญ่กันไปแล้วตอนนี้เราขอมาดูบรรดาเหล่าท่าไม้ตายของผู้เล่นตัวเล็กกันบ้าง โดยสิ่งผู้เล่นตัวเล็กจะไม่เหมือนกับผู้เล่นตัวใหญ่นั่นก็คือพวกเขาจะไม่ได้ใช้แรงปะทะเข้าสู้เหนมือนกับเหล่าผู้เล่นตัวใหญ่ แต่พวกเขาจะเน้นทักษะในด้านการคอนโทรลบอล การยิงบอลที่แม่นยำ รวมถึงไปถึงการเข้าทำคะแนนที่รวดเร็ว ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่เราขอพูดถึงนั่นก็คือ ชายอย่าง อัลเลน ไอเวอร์สัน
อัลเลน ไอเวอร์สัน นั้นถือได้ว่าเป็นผู้เล่นอีกคนหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับยุคที่บรรดาเหล่าผู้เล่น
ตัวยักษ์มากมาย ซึ่งท่าไม้ตายในNBAที่เขางัดออกมาใช้นั่นก็คือลีลาการ คอรสโอเวอร์ หรือถ้าให้ทำความเข้าใจง่าย ๆ นั่นก็คือ การเลี้ยงหลอกโดยการเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วนั่นเอง
อีกหนึ่งนักบาสที่มีลีลาพลิ้วที่สามารถสร้างการเลย์อัพธรรมดาให้กลายเป็นท่าไม้ตายในNBAได้นั่นก็คือ ผู้เล่นจากอาเจนตินาอย่าง มานู จิโนบิลี่ แห่งสเปอร์ส นั่นเอง โดยท่าไม้ตายของเขานั้นก็คือท่า ยูโรสเต็ป ซึ่งแม้ว่าชื่อท่ามันจะดูเท่แต่จริง ๆ มันก็คือการวิ่งตรงเข้าไปเลย์อัพนั่นแหละ เพียงแต่ว่าการเลพ์อัพนี้จะเป็นการกักความเร็ว 1 สเต็ป ก่อนที่จะใช้ชั้นเชิงในการหลอกให้คู่แข่งหลงทาง
และเพราะความเรียบง่ายแต่โคตรเท่ รวมถึงยังทรงประสิทธิภาพนี้เองที่ทำให้ท่าไม้ตายในNBAท่านี้กลายเป็นอีกหนึ่งท่าที่บรรดาเหล่านักบาสสายยุโรปนำมาใช้กันบ่อยมาก ๆ นั่นเอง
ซึ่งเราจะได้เห็นว่าท่าไม้ตายในNBAต่าง ๆ นั้นล้วนแล้วแต่มีต้นกำเนิดมาจากการเล่นที่แสนธรรมดาทั้งนั้น
และอีกหนึ่งท่าไม้ตายที่ถือได้ว่าตราตรึงใจเอามาก ๆ ที่เกิดขึ้นมายุคนี้นั่นก็คือท่าอย่าง สเต็ปแบ็ค ของพ่อหนุ่มเคราดก เจมส์ ฮาร์เด้นนั่นเอง
โดยท่าไม้ตายในNBAของเจมส์ ฮาร์เดนอย่าง สเต็ปแบ็ค ก็ท่าที่ยังคงเกิดจากความเรียบง่ายนั่นเอง โดยท่านี้จะมีลักษณะการโยกไปข้างหน้า และ ถอยหลังกลับมา 1 สเต็ปจากนั้นค่อยชู๊ตบอลไปนั่นอง ซึ่งแม้ว่ามันจะเป็นอะไรที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ทว่าตัวของ เจมส์ ฮาร์เดน สามารถใช้ท่านี้ได้อย่างคล่องแคล่ว