Steve Nash ชายที่เก่งรอบด้านเรื่องกีฬา ไม่ว่าจะเป็นบาสเก็ตบอล หรือจะเป็นกีฬาฟุตบอลก็ตาม แต่ถ้าถามว่าเขาประสบความสำเร็จในกีฬาชนิดใดมากที่สุด คำตอบก็ คือกีฬาบาสเก็ตบอล นั่นเอง ที่เขาใช้ความสามารถได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหรือ (MVP) ติดต่อกันถึง 2 ฤดูกาล เรามาทำความรู้จักชายคนนี้ให้มากขึ้นกันเลย
ข้อมูลส่วนบุคคลของ Steve Nash
- ตำแหน่ง Point guard / Head coach
- ลีก NBA
- เกิด 7 February 1974 (อายุ 47)
- สัญชาติ Canadian
- ส่วนสูง 6 ฟุ๊ต 3 นิ้ว / (191 เซนติเมตร)
- น้ำหนัก 178 ปอนด์ (81 กิโลกรัม)
- มัธยม St. Michaels (Victoria, British Columbia)
- มหาวิทยาลัย Santa Clara (1992–1996)
- หมายเลขเสื้อ 13
- NBA draft 1996 / Round: 1 / Pick: 15th Selected by the Phoenix Suns
1996–1998 Phoenix Suns (ฟีนิกส์ ซันส์)
1998–2004 Dallas Mavericks (ดัลลัส แมฟเวอริกส์)
2004–2012 Phoenix Suns (ฟีนิกส์ ซันส์)
2012–2015 Los Angeles Laker (ลอสแอนเจลิส เลเกอรส์)
- Assist coach
2020–ปัจจุบัน Brooklyn Nets(บลุ๊คลิน เน็ต)
ประวัติความเป็นมาของ Steve Nash
สตีฟ แนช (Steve Nash) เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 ในเมืองโยฮันเนสเบอร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นนักบาสเกตบาสที่มีชื่อเสียงของชาวแคนาดา และด้วยส่วนสูงอยู่ที่ 6 ฟุต 3 นิ้วหรือ (191 เซนติเมตร) แนชได้เป็นพอยท์การ์ดตัวจริงให้กับทีม Phoenix Suns (ฟีนิกส์ ซันส์) ในลีก NBA และได้รับเลือกให้เล่นในเกม All-Star ในปี ค.ศ. 2005 ถึง 2006 ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 แนช ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) และยังได้รางวัลนี้อีกครั้งในปี ค.ศ. 2006
ปีแรกอยู่กับ Phoenix Suns (ฟีนิกส์ ซันส์)
แนชได้รับเลือกเป็นคนที่ 15 ในการ Draft รอบแรกของ NBA เมื่อปี ค.ศ. 1996 โดยทีม Phoenix Suns (ฟีนิกส์ ซันส์) ไม่เคยมีชาวแคนาดาคนไหนได้ Draft ในอันดับสูงเช่นนี้ แต่กลับไม่มีความหมายกับแนช เพราะแฟนของทีม Phoenix Suns (ฟีนิกส์ ซันส์) เลือกที่จะโห่ไล่ ที่แนชได้ Draft มา ถึงแม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในระดับมหาวิทยาลัย แต่เขาไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเพราะไม่ได้เล่นให้มหาวิทยาลัยในคอนเฟอเรนซ์ที่มีชื่อเสียง แต่ด้วยความพยายามเขาได้ลงสนามมากขึ้นในฤดูกาล 1997-1998 และทำสถิติเฉลี่ยเพิ่มเป็น 9.1 แต้ม 3.4 แอสซิสต์ แต่ปีนั้นก็เป็นปีสุดท้ายที่แนชจะเล่นให้ทีมซันส์ก่อนที่จะไปอยู่ทีมอื่น
การอยู่กับ Phoenix Suns (ฟีนิกส์ ซันส์) สมัยที่สอง
ฟีนิกส์ซันส์ในตอนนั้นมีผู้เล่นอายุน้อยในระดับซูเปอร์สตาร์สองคน คือ Marion
(ชอน เมเรี้ยน) และ Amar’e Stoudemire (อามาเร สเตาเดอไมร์) ผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี ของฤดูกาล 2002-2003 ถึงแม้ว่าทีมจะมีผู้เล่นที่มีพรสวรรค์และอายุน้อย แต่ทีมก็ทำสถิติชนะน้อยมากเพียง 29 ต่อ 53 เกมในฤดูกาล หัวหน้าโค้ช ไมค์ แดนโทนี เข้ามารับตำแหน่งกลางฤดูกาลที่ผ่านมาใช้แผนการเล่นแบบ run and gun ใช้ผู้เล่นตัวเล็กและคล่องแคล่ว โดย Coach ให้แนชเล่นเกมบุกแบบ Fast Brake
โดยพยายามใช้ความเร็ววิ่งแซงทีมรับฝ่ายตรงข้ามไปเข้าทำแต้ม ทุกคนได้สิทธิ์ในการชู้ตลูกตลอดเวลา ผลลัพธ์ที่ได้คือทีม Suns ทำคะแนนได้สูงสุดในทศวรรษ โดยทำได้เฉลี่ย 110.4 คะแนนต่อเกมในฤดูกาลปกติ ในการส่งลูกที่สุดยอดของแนช ไปยัง Stoudemire และ Marion เพื่อที่ยัดห่วง ที่เราเห็นได้เด่นๆ ในเพลย์การเล่นของทีมนี้เป็นจำนวนมาก ซันส์จบฤดูกาลด้วยสถิติที่ดีที่สุดของ NBA คือ ชนะ 62 แพ้ 20 ซึ่งชนะมากกว่าฤดูกาลก่อนถึง 33 เกม
การส่งบอลของ สตีฟ แนช (Steve Nash) Pick And Roll
การจ่ายบอลของแนชนั้นทำให้สตีฟ แนช (Steve Nash) ทำให้เคอร์รี่ต้องออกมาบอกว่าเป็นการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม เพราะมันส่งอิทธิพลถึงนักบาสคนอื่น ๆ อีกมากมายที่ศึกษาวิธีการส่งของเขา โดยเฉพาะ Pick And Roll ของสตีฟ แนช (Steve Nash) ที่สามารถใช้จู่โจมทีมตรงข้ามมาไม่รู้กี่พันครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือซูเปอร์สตาร์อย่างคริส พอล ที่ยอมรับว่าตนเองคือแฟนตัวยงของ สตีฟ แนช (Steve Nash) ขนาดที่ครั้งหนึ่งต้องขอวีดีโอการ Pick And Roll ของแนชจากฝ่ายวีดีโอของ Phoenix Suns มาศึกษา และแน่นอนว่าผลลัพธ์ในการเล่น Pick And Roll ของเขากับเบลค กริฟฟินในวันนี้ ก็ไม่ได้ต่างจากแนชและสเตาเดอไมร์ ในวันนั้น
ผลงานตลอดการเข้าสู่ NBA
- 2× NBA Most Valuable Player (2005, 2006)
- 8× NBA All-Star (2002, 2003, 2005–2008, 2010, 2012)
- 3× All-NBA First Team (2005–2007)
- 2× All-NBA Second Team (2008, 2010)
- 2× All-NBA Third Team (2002, 2003)
- 5× NBA assists leader (2005–2007, 2010, 2011)
- 4× 50–40–90 club (2006, 2008–2010)
- 2× FIBA AmeriCup MVP (1999, 2003)
- 3× Lionel Conacher Award (2002, 2005, 2006)
- 2× WCC Player of the Year (1995, 1996)
- No. 11 retired by Santa Clara Broncos
- As consultant 2× NBA champion (2017, 2018)
ด้วยความสามารถที่มากมายของ Steve Nash นั้นทำให้เขาคว้ารางวัลมากมายแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของ NBA นั้นก็คือการครอบครองแหวนแชมป์นั้นเอง ซึ้ง Steve Nash ก็ไม่สามารถไปถึงจุด ๆ นั้นได้ แต่ต้องบอกเลยว่า Steve Nash เป็นหนึ่งในสมาชิก Hall of Frame ของ NBA ไม่ต้องคาดหวังเรื่องของความสามารถเลย มีให้ชมได้แน่นอน
เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> สล็อตแตกง่าย