หากจะพูดถึงทีมบาสสักหนึ่งทีมที่กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกแล้วละก็ เราก็เชื่อว่าอย่างน้อยชื่อของทีมอย่าง ชิคาโก้ บูลส์ ทีมที่มีสัญลักกษณ์เป็นวัวสีแดง จะต้องเป็นอีกหนึ่งทีมที่ต่อให้ไม่ใช่แฟนบาสก็ต้องรู้จักอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากถามว่าคุณรู้จักทีมอย่างชิคาโก้ บูลส์ ได้อย่างไร คำตอบเองก็น่าจะออกมาเหมือนกันหมดว่า รู้จักเพราะชายที่ชื่อว่า ไมเคิล จอร์แดน ซึ่งแน่นอนแหละว่าตัวขอองไมเคิล จอร์แดน นั้นเปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของทีมอย่าง ชิคาโก้ บูลส์ ก็จริง แต่ใช่ว่าเขาคนนี้จะเป็นตำนานของทีมเพียงแค่คนเดียว เพราะว่าในทีมอย่าง ชิคาโก้ บูลส์ ยังมีชายอีกหลากหลายคนที่สร้างตำนานจนกลายเป็นที่จดจำ และ หนึ่งในคนที่ได้สร้างตำนานอันแสนฮือฮาเอาไว้นั้นก็มีอยู่หนึ่งรายชื่อที่คนดูบาสในสมัยอาจจะค่อนข้างคุ้นหู เพราะเขาคนนั้นก็คือ สตีฟ เคอร์
ซึ่หลาย ๆ คนอาจจะรู้ว่าตัวของ ไมเคิล จอร์แดน นั้นได้ตัดสินใจรีไทร์ออกจากวงการบาส ทั้ง ๆ
ที่ตอนนั้นตัวของเขาก้าวขึ้นสู้จุดสูงสุดของอาชีพ ซึ่งการจากไปตอนนั้นมันได้ทำให้ทีมอย่าง ชิคาโก้ บูลส์ เรียกว่าเป๋ไปพักใหญ่เลยทีเดียว แต่ก็โชคยังที่สุดท้าย จอร์แดนก็ตัดสินใจที่จะหวนคืนสู่กีฬารักของเขาอีกครั้ง ซึ่งการกลับมาของจอร์แดนยังทีมที่เขาแจ้งเกิดนั้น มันเสมือนการกลับมาปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้น และ พยายามที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง แถมในระหว่างที่ตัวของ จอร์แดน กำลังพยายามปลุกเร้าทีมให้ก้าวขึ้นไปทวงบังลังก์แชมป์อยู่นั้น ตัวของ จอร์แดน และ สตีฟ เคอร์ ก็ค่อย ๆ เกิดเรื่องดี ๆ ขึ้นระหว่างกัน
ซึ่งมิตรภาพของ จอร์แดน และ สตีฟ เคอร์ นั้นต้องเรียกว่ามันเป็นมิตรภาพที่เกิดขึ้นมาด้วยกำปั้นจริง ๆ
เพราะว่าการมีปากเสียงกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือในครั้งนั้น มันทำให้ตัวของ จอร์แดน เองรู้สึกเข้าอกเข้าใจเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น โดยถึงแม้ว่าตัวของ สตีฟ เคอร์ จะไม่ได้เป็นสุดยอดผู้เล่นระดับซุปเปอร์สตาร์ แต่การมีตัวของ สตีฟ เคอร์ อยู่ในทีมนั้นมันถือได้ว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ทีมมีความสัมพันธ์นอกสนามที่ค่อนข้างลงตัว
มาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนคงงงกันแล้วละว่าทำไมการมี สตีฟ เคอร์ ถึงทำให้ความสัมพันธ์ภายนอกสนามนั้นดีมากขึ้น โดยจริง ๆ แล้วตัวของ สตีฟ เคอร์ นั้นถือได้ว่าเป็นอีกคนที่ค่อนข้างจะเข้าใจโลก เนื่องจากเขาได้เจอเหตุการณ์ร้าย ๆ เข้ามาในชีวิตตั้งแต่อายุ 18 ปี ซึ่งนั่นเองก็กลายเป็นสิ่งที่มันช่วยทำให้เขาเข้าใจผู้เล่นอย่าง เดนิส ร็อดแมน เพราะว่าในตอนนั้นตัวของ ร็อดแมน ไม่สามารถที่จะเข้าพวกกับเหล่าซีเนียร์ในทีมได้เลย มันจึงทำให้การมี สตีฟ เคอร์ ที่เข้ากันได้กับทุกคนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้บรรดาเหล่าสามาชิกของ ชิคาโก้ บูลส์ มีทิศทาง และ ความมุ่งมั่นในระดับเดียวกันได้นั่นเอง
และการกลับมาของ ไมเคิล จอร์แดน นั้นทำให้ทีมอย่าง ชิคาโก้ บูลส์ กลับมาคว้าแชมป์ NBA อีกครั้งได้ในปี 1996 ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนานถึง 3 ปีลง ซึ่งแน่นอนแหละการได้แชมป์ในครั้งนั้นใคร ๆ ต่างก็ให้เครดิตกับไมเคิล จอร์แดน แต่ทว่าอีกหนึ่งปปีต่อมาใครจะคาดคิดกันละว่า ปีนั้น สตีฟ เคอร์ จะกลายเป็นพระเอก
โดยในปีต่อมานั้น ชิคาโก้ บูลส์ ได้บุกตะลุยฝ่ายด่านอรหันต์มาแบบไม่ค่อยเหนื่อยมากเท่าไหร่นัก
จนกระทั่งพวกเขาได้เข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง ซึ่งคู่แข่งในนัดชิงของพวกเขาในครั้งนั้นก็คือ ทีมอย่าง ยูท่าห์ แจ๊ส ซึ่งตอนแรกหลาย ๆ คนก็คิดว่ามันจะเป็นเกมง่าย ๆ เพราะว่า ชิคาโก้ บูลส์ นั้นมาสามารถชนะไปแบบง่าย ๆ ได้ใน 2 เกมแรก แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อ แจ๊ซ สามารถตีเสมอมาได้เป็น 2 – 2 เกม และหลังจากนั้นเกมที่ 5 ทางฝั่งชิคาโก้ บูลส์ ก็สามารถเอาชนะได้และขึ้นนำเป็น
3 – 2 จึงทำให้ ชิคาโก้ บูลส์หวังที่จะปิดซีรีย์ด้วยเกมที่ 6 ซึ่งนี่แหละ คือจุดเริ่มต้นของตำนานอย่าง สตีฟ เคอร์
แน่นอนแหละว่าเกมรรุกหลักของ ชิคาโก้ บูลส์ ส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ที่ผู้เล่นอย่าง ไมเคิล จอร์แดน แต่ทว่าต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าในเกมนั้นดูเหมือนว่าสภาพร่างกายของ จอร์แดน จะไม่ได้ฟิตเต็มร้อยเนื่องจากมีอาการป่วยรบกวนอยู่ แถมในเกมนั้นตัวของจอร์แดน ยังถูกผู้เล่นอย่าง จอห์น สต็อกตัน หนึ่งในซูปเปอร์ สตาร์ของ ยูท่าห์ แจ๊ส ใส่ประกบตลอดทั้งเกม จึงทำให้โค้ชอย่าง ฟิล แจ็คสัน ต้องปรับเปลี่ยนเกม โดยให้ตัวของจอร์แดน นั้นเป็นตัวหลอก และ เข้าชนกับ จอห์น สต็อกตัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนอื่นทำแต้มแทน และ คนที่ต้องทำแต้มแทนจอร์แดน ในเกมนั้นก็คือ สตีฟ เคอร์
เวลาในเกมนั้นเหลืออีกเพียงแค่ 25 วินาทีสุดท้าย โดยตอนนั้น ชิคาโก้ บูลส์ กับ ยูท่าห์ แจ๊ส
เสมอกันอยู่ที่คะแนน 86 ต่อ 86 ซึ่งช่วงขอเวลานอกนั้น จาก ฟีล แจ็คสัน ตัดสินใจให้ จอร์แดน เป็นคนที่ทำแต้มสุดท้ายเพื่อปิดเกมนี้ แต่ทว่าตัวของจอร์แดนเองก็ยืนกรานว่าเขาไม่สามารถทำได้ และ เขาก็เสนอให้ทำแต้มด้วยวิธีทางอื่น โดยตัวเลือกนั้นก็คือ การส่งบอลให้ สตีฟ เคอร์ ยิงปิดเกม
และทุกอย่างก็เป็นไปตามคาดเมื่อพวกเขากลับลงสนามไป ทันทีที่ตัวของจอร์แดนได้บอลเขาก็ถูกประกอบ 2 แบบดับเบิล ทีม เข้าทันที แต่แล้วในจังหวะนั้นเอง ตัวของ สตีฟ เคอร์ ก็พรวดขึ้นมารับบอลในจังหวะที่ทุกคนไม่ได้คาดคิด และ จอร์แดนก็รอจังหวะที่ดีที่สุด ก่อนจะส่งบอลไปให้ สตีฟ เคอร์ ยิงลงไปเรียกเสียงเฮลั่นไปทั่วทั้งสนาม ซึ่งแม้ว่าตอนสุดท้ายจะเป็นผู้เล่นอย่าง
คูโค้ชมาดังก์ตอกฝาโลงปิดเกมก็ตาม แต่ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าลูกยิงของ สตีฟ เคอร์ นั้นคือลูกยิงที่พาทีมไปสู่ชัยชนะ
ช็อตนั้นนี่เองที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต่างจดำชายที่ชื่อ สตีฟ เคอร์ เข้าไปในหัวสมองอย่างทันที ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้เริ่มเดินหน้าคว้าแชมป์ในฐานะผู้เล่นถึง 5 สมัย โดยคว้าแชมป์กับ ชิคาโก้ บูลส์ 3 สมัย และ อีก 2 สมัยกับ ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส
และนอกจากที่เขาจะประสบความสำเร็จในฐานะผู้เล่นแล้ว ตัวของ สตีฟ เคอร์ คนนี้นี่แหละคือโค้ชอีกคนที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับในฐานการเป็นโค้ช เพราะว่าคนนี้นี่แหละคือคนที่พาทีมอย่าง โกลเด้น สเตท วอริเอร์ส คว้าแชมป์ NBA มานอนกอดถ้วยแล้วถ้วยเล่า
และนี่เองก็คือเรื่องราวของหนุ่มแสนจืดที่ได้กลายเป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาเพียงแค่ข้ามคืม ซึ่งเราก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า หลังจากนี้ตัวของ สตีฟ เคอร์ ในฐานะของโค้ชทีม โกลเด้น สเตท วอริเอร์ส จะสร้างเกียรติประวัติอะไรอีกบ้างไว้ในวงการบาสเกตบอล NBA dunkswin9