หากให้เราพูดถึงเรื่องราวของแบรนด์กีฬาที่มีอิทธิพลต่อโลกใบนี้เป็นอย่างมาก เราเชื่อว่ามันจะมีไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่เราจะนึกถึงมันเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งเราในครั้งนี้เราจะมาพูดถึงแบรนด์คู่ปรับของไนกี้ อย่างแบรนด์ที่ชื่อว่า อาดิดาส กัน
และแน่นอนว่าการที่แบรนด์กีฬาเบอร์ต้น ๆ ของโลกนี้เองมันเลยทำให้การจะคัดเลือกบรรดาเหล่านักกีฬาที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์มันค่อนข้างที่จะส่งผลเป็นอย่างมาก เพราะว่าเหล่าพรีเซ็นเตอร์นี้นี่เองแหละที่สามารถกลายเป็นตัวชี้ยอดขายของสินค้าในแต่ละรุ่นได้เลยทีเดียว และแน่นอนว่าแบรนด์อย่าง อาดิดาส เองก็มองเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กับแบรนด์อื่น ๆ หรอก
แต่ทว่าแน่นอนว่าในทุก ๆ การทำงานนั้น มันย่อมมีข้อผิดพลาด ซึ่งแน่นอนว่าข้อผิดพลาดของแต่ละคน แต่ละเจ้า ก็ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงยอดขายแตกต่างกันไป แต่ในกรณีของแบรนด์ดังอย่าง อาดิดาส ตัวของพวกเขานั้นเคยสร้างข้อผิดพลาดร้ายแรง จนทำเงินที่ควรจะเข้ากระเป๋าพวกเขาหายไปถึง 130 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท เลยทีเดียว ซึ่งข้อผิดพลาดนั้นคืออะไรเราดูกัน
อย่างที่หลาย ๆ คนน่าจะพอทราบกันดีกว่า อาดิดาส นั้นเป็นแบรนด์สัญชาติเยอรมัน
โดยแบรนด์นี้ได้เริ่มต้นก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1924 และก็ได้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในแบรนด์กีฬาชั้นนำมาอย่างยาวนาน แต่กว่าที่พวกเขาจะเริ่มมาเจาะตลาดด้านบาสเกตบอลแบบจริง ๆ จัง ๆ นั้น มันมาเริ่มต้นเอาในปี 1970 ซึ่งแน่นนอนว่าการเข้ามาเจาะตลาดในครั้งนี้ของ อาดิดาส ก็ค่อนข้างที่จะได้ผลพอสมควรเลยทีเดียว เพราะในตอนนั้นมีนักบาสระดับสตาร์หลายต่อหลายคนที่เรื่องใส่รองเท้าของ อาดิดาส ยกตัวอย่างเช่น เอเดรียน แดนท์ลีย์ , บ็อบ ลาเนียร์ รวมถึง มาร์เกซ จอห์นสัน
ในด้านกลับกันคู่แข่งคนสำคัญของ อาดิดาส อย่างไนกี้ซึ่งเป็นแบรนด์กีฬาที่มาจากอเมริกาแท้ ๆ ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1964 โดยชายที่ชื่อว่า Phil Knight ซึ่งจากตัวเลขของ ค.ศ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า แบรนด์อย่างไนกี้นั้น ก่อตั้งช้ากว่า อาดิดาส มากถึง 40 กว่าปีเลยทีเดียว แถมจุดเริ่มต้นของ ไนกี้ นั้นยังเริ่มต้นด้วยการเป็นรองเท้าวิ่ง เนื่องจากตัวเจ้าของแบรนด์อย่าง Phil Knight นั้นเป็นนักวิ่งมาก่อน แถมผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนอย่าง Bill Bowerman ก็เป็นโค้ชทีมกรีฑา
และอย่างทีเราได้เกริ่นเอาไว้ในตอนต้นว่าตัวของ อาดิดาส ได้เริ่มเข้ามารุกตลาดบาสเกตบอลอย่างจริงจังตั้งแต่ในปี 1971 โดยตอนนั้นดีลครั้งสำคัญของพวกเขานั่นก็คือ การเซ็นสัญญากับผู้เล่นร่างโย่งในตำนานผู้มีท่าไม้ตายอย่าง สกาย ฮุค อย่าง
คารีม อับดุล-จาบาร์ ซึ่งในตอนนั้นตัวของ คารีม นั้นมีอายุเพียงแค่ 24 ปีเท่านั้น
ซึ่งการเซ็นสัญญาครั้งนี้นี่แหละที่ทำให้ อาดิดาส สามารถเฉิดฉายได้อย่างภาคภูมิในเวทีของบาสเกตบอล NBA แถมในขณะบริษัทอย่าง ไนกี้ ที่อยู่ในประเทศที่มีบาสเกตบอลฮิตสุด ๆ ยังไม่ค่อยมีส่วนกับวงการนี้มากนัก
แต่แล้วจุดเปลี่ยนของ อาดิดาส ก็มาถึง เมื่อในปี 1981 วงการบาสเกตบอลก็ได้รู้จักกับชายที่จะกลายมาเป็นตำนานบทใหม่แห่งวงการ โดยชายคนนั้นก็คือ ไมเคิล จอร์แดน โดยในตอนนั้นตัวของ จอร์แดนถูกดราฟเข้ามาสู่ NBA เป็นอันดับที่ 3 ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะงงว่าทำไมผู้เล่นยอดฝีมือขนาดนี้ไมเคิล จอร์แดน ถึงถูกดราฟเข้ามาสู้ NBA อันดับ 3 ข้อสงสัยนี้ เราเคยเขียนเป็นบทวิเคราะห์กันเอาไว้แล้ว ดังนั้นคุณสามารถกลับหาอ่านย้อนหลังถึงบทความเรื่องนี้ได้ในเว็บของเรา
ข้ามเรื่องการถูกดราฟต์ของ จอร์แดน แล้วมาโฟกัสกันที่ผลงานในสนามของเขาก็นต่อ ซึ่งแน่นอนว่าตัวของ
ไมเคิล จอร์แดน นั้นสามารถสร้างผลงานในสนามได้อย่างยอดเยี่ยม และ เขาก็กลายเป็นผู้เล่นที่แฟน ๆ ชื่นชอบภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และ แน่นอนว่าเมื่อความนิยมตัวเขาสูงขึ้น สปอนเซอร์ต่าง ๆ ก็ย่อมเข้ามรุมล้อม และหนึ่งในแบรนด์ที่จอร์แดนชอบเป็นอย่างมากเลยนั่นก็คือ แบรนด์อย่าง อาดิดาส เนื่องจากแบรนด์นี้ได้ยึดครองหัวหาดของตลาดบาสเกตบอลมานานถึง 10 ปี แถมเพื่อนร่วมอาชีพของจอร์แดนหลาย ๆ คนก็สวมใส่ อาดิดาส ลงสนาม มันเลยทำให้ตัวจอร์แดนนั้นตั้งตารอว่า เมื่อไหร่แบรนด์โปรดของเขาจะมามอบสัญญาให้กับเขา
ทว่า จอร์แดน กลับต้องฝันค้างเนื่องจากในตอนนั้นตัวของ อาดิดาส ยังไม่รู้สึกสนใจที่จะยืนข้อเสนอให้กับจอร์แดนเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าพวกเขายังรู้สึกไม่มั่นใจกับคนรูปร่างเล็กอย่างจอร์แดน เนื่องจากตอนนั้นพวกเขามีชายร่างโย่งอย่าง คารีม เป็น
พรีเซ็นเตอร์หลักอยู่แล้วนั่นเอง
ซึ่งแน่นอนละว่าความเชื่อของหลาย ๆ คนที่ถูกฝังหัวมาว่า ผู้เล่นบาสที่ดีได้สิ่งแรกที่ต้องมีคือความสูง ซึ่งแน่นอนว่าการเลือก
คารีมที่มีส่วนสุงถึง 218 เซนติเมตร ของทาง อาดิดาส นั้นย่อมไม่ผิด แต่ทว่าพวกเขาลืมนึกถึงไปบางอย่าง นั่นก็คือ การเล่นบาสนั้น เท้ามันไม่จำเป็นต้องติดพื้นตลอดเวลา เพราะมันยังมีสิ่งที่เรียกว่าการกระโดด และ จอร์แดนผู้นี้นี่เองที่คุณสมบัติอย่าง การกระโดดลอยตัวค้างอยู่ในอากาศได้นาน
แถมในตอนนั้นเองทาง อาดิดาส ก็ยังมีผู้เล่นตำแหน่งเดียวกับจอร์แดนอย่าง ชู๊ตติ้ง การ์ด เป็นพรีเซ็นเตอร์ในแบรนด์ถึง 2 คนนั่นก็คือ เมจิก จอห์สัน และ แลร์รี่ เบิร์ด มันเลยทำให้ทาง อาดิดาส มองข้างจอร์แดนไป
และเมื่อตัวของ อาดิดาส นั้นมองข้ามผู้เล่นอย่างจอร์แดนไป งานนี้แบรนด์คู่แข่งอย่าง ไนกี้ จึงเล็งเห็นโอกาสสำคัญนี้ และ เดินเกมเข้าพูดคุยสัญญากับ จอร์แดน ทันที ซึ่งข้อสัญญาต่าง ๆ ที่ไนกี้เสนอให้กับจอร์แดนนั้นมันช่างล่อตา ล่อใจ ซะเหลือเกิน เพราะว่าทาง ไนกี้ ตัดสินใจที่จะใช้ ไมเคิล จอร์แดน เป็นพรีเซ็นเตอร์หลัก รวมถึงยังมีสัญญาอย่างการทำรองเท้าที่เป็นซิกเนเจอร์ให้อีกด้วย และการเดินเกมครั้งนี้นี่เองที่ทำให้ อาดิดาส ต้องถึงกับหน้าสั่น
เพราะหลังจากนั้นตัวของ จอร์แดน ก็สามารถวาดลวดลายในสนามได้อย่างแจ่มแจ๋วจนทำให้เขาให้เขากลายเป็นกระแสแห่งความบ้านคลั่งในโลกแห่งบาสเกตบอล ซึ่งไม่ว่าเขาจะทำอะไร หรือสวมใส่เสื้อผ้าชนิดไหน เหล่าแฟน ๆ ก็พร้อมที่จะใช้ตามเขา และนั่นมันก็รวมไปถึง รองเท้า ซึ่งแน่นอนว่ารองเท้าที่มันช่วยให้ตัวไมเคิล จอร์แดน สามารถคว้าแชมป์ NBA ไปได้ถึง 3 สมัยติดนั่นก็รอง Air Jordan หาใช่รองเท้าของ อาดิดาส
และในปี 2019 แบรนด์อย่าง Air Jordan นั้นสามารถทำรายมากถึง 3,100 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 96,400 ล้านบาท
ซึ่งหากในตอนนั้นตัวของ อาดิดาส เป็นผู้ยื่นสัญญาเข้ามา เราเชื่อเลยว่าเงินก้อนนี้มันจะเป็นของ อาดิดาส อย่างแน่นอน dunkswin9