การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA

ข่าวบาสเก็ตบอล

จุดเริ่มต้นของการตีกันของผู้เล่น

การแข่งขันบาสนั้น ต้องบอกเลยว่าเป็นกีฬาที่ให้การปะทะของร่างกาย แม้บ้างคนคิดว่าเป็นการปะทะเหมือนมวยหรอ ก็ไม่ถึงขั้นนั้น ทำให้ผู้เล่นบางคนเกิดอารมณ์ในการแข่งบาสได้ แน่นอนว่า ถ้าหากมีการชกต่อยกันในสนามนั้น ทาง NBA ก็จะต้องมีกฏของลีค เพื่อปรับผู้เล่นที่ทำเรื่องแบบนี้

  เมื่อมีการปะทะกัน ก็ทำให้อารมณ์ที่เดือดขึ้นได้นั้นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งแน่นอนว่า หากมีการทำเกินกว่าเหตุจะต้องได้รับบทลงโทษกันไปตามระเบียบ ซึ่งใน NBA ค่าปรับผู้เล่นที่อารมณ์ร้อนจากการปะทะจนออกหมัด ออกอาวุธกันนั้นค่อนข้างโหด ไล่เรียงกันไปตั้งแต่ 5,000 ไปจนถึงมากกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯหรืออาจจะมากกว่านั้น เมื่อตีเป็นเงินไทยก็ไม่มากไม่น้อย สามารถซื้อรถยนต์อีโคคาร์ป้ายแดงได้คันนึงเลยทีเดียว

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 02

ทาง NBA จึงต้องมีกฏระเบียบใหม่ขึ้นมา เนื่องจากมีผู้เล่นหลายคนไปร้องเรียนว่า ทำไมคนถูกต้องต้องมาเจ็บใจแล้ว ยังต้องเจ็บตัวอีก จึงอยากจะร้องเรียนกับทาง NBA ว่า ถ้าไม่ลงโทษคนที่ออกมัดอย่างจริงจัง ปัญหาก็ไม่หมดสักที หลังจากนั้นก็ได้มีกฏขึ้นมาว่า หากผู้เล่นคนไหนออกหมัดใส่ผู้เล่นคนอื่นก่อน จะต้องโดนปรับเป็นเงิน 5000 $ – 10000$ ซึ่งเป็นตัวเงินที่มูลค่าที่มากเหลือเกิน ทำให้ถึงขนาด “Bad Boy” รุ่นเก๋าๆ ที่เคยคว้าแชมป์ NBA กับ ดีทรอยต์ พิสตันส์ และ ชิคาโก บูลส์ อย่าง เดนนิส ร็อดแมน ยังไม่กล้าที่จะออกอาวุธแถมสักเท่าไหร่ โดยเคยให้เหตุผลว่า “ผมจะไปต่อยเขาก่อนทำไม มันเสียเปรียบพวกคุณก็รู้ ลีก NBA เรามีกฎเรื่องนี้อยู่แล้ว”

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 03

เดนนิส ร็อด ได้บอกกับน้องข่าวหลังจากที่มีกฏกติกาขึ้นมาว่า ขนาดเขาเป็นคนชอบเล่นแรงใส่ผู้เล่นคนอื่น และทำให้เกิดอารมณ์นั้น เวลาที่อยากสวนหมัดออกไป ก็ไม่กล้าทำ เพราะ หมัดเดียวมันแพงเหลือเกิน แม้แต่ เควิน การ์เน็ตต์ ฟอร์เวิร์ดระดับตำนานจาก มินเนโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส์ ก็เคยเอ่ยปากว่า “มันเป็นการเสียเปรียบถ้าคุณจะไปต่อยเขา ก่อน  สิ่งที่คุณควรทำได้ก็คือ การยั่วประสาทของเขาให้มาก ๆ ให้เขาเกิดอารมณ์ควบคุมสติไม่ได้ จนเขาเล่นเสียไปเอง สิ่งที่ การ์เน็ตต์ ชอบทำคือการ “Trash Talk” ยั่วยุโดยคำพูด ทำให้คู่แข่งเสียประสาท จนเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ต้องระบายโดยการใช้กำลัง และแน่นอน นั่นอาจทำให้โดนไล่ออกโดยปริยาย

เหตุการการตีกันในเกมส์ NBA ครั้งใหญ่ที่สุด

แม้จะมีกฏการห้ามให้นักกีฬาบาส NBA ออกอาวุธในสนาม NBA อยู่แล้ว แต่ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2004 กลับถือเป็นวันที่ NBA และทั่วโลกต้องจดจำในประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ ในการแข่งขันที่ ดีทรอยต์ พิสตันส์ เปิดบ้านพบ อินเดียนา เพเซอร์ส เพราะมันเป็นการตีกันที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ NBA เคยมีมา จนแม้แต่ เดวิด สเติร์น คอมมิชชันเนอร์ของลีกในช่วงเวลาดังกล่าวต้องพูดว่า “มันเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยเห็นมา และทำให้ลีกของเราดูแย่มาก”

เรายังจำเหตุการนั้นได้ดีในช่วง ควอเตอร์ที่ 4 ระหว่างทีม เพเซอร์ส นำ พิสตันส์ แต้มนั้นอยู่ที่ 97-82 เหลือเพียง 45.9 วินาที ซึ้งดู ๆ แล้วด้วยระยะความห่างของแต้มนั้น ยังไง ๆ พิสตันส์ ก็ไม่สามารถที่จะทำคะแนนให้ชนะได้ และสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็ได้เกิดขึ้น

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 04

 รอน อาร์เทสต์” เขาได้ทำฟาวล์อย่างลุนแรกใส่ บิ๊ก เบน โดยการ เอาข้อศอกฟาดไปที่บริเวณหลังคอของ บิ๊ก เบน ทำให้ เบน นั้นควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แล้วเขาเข้าไปผลักอกใส่ รอน อาร์เทสต์ และนี้คือจุดเริ่มต้นของเริ่งราวทั้งหมด

หลังจากนั้นเมื่อ เบน วอลเลซ เซ็นเตอร์ของพิสตันส์ เขาไปผลักอกใส่ใส่ รอน อาร์เทสต์แล้วนั้น ทำให้เพื่อน ๆ ของทั้งสองทีม วิ่งเข้ามาห้ามปรามทั้งสองคนนี้ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ ทั้งทีมข่าวและคนดูรอบสนามนั้นก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้เจ้าตัวทั้งสองคนยังไม่ได้ทำอะไรกันก็ตาม

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 05

การตีกันของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายในตอนแรก ยังไม่มีการออกหมัด ออกอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่ง รอน อาร์เทสต์ นั้นก็นั่งอยู่บนโต๊ะกรรมการอย่างใจเย็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขานั่งสวมหูฟังบนโต๊ะกรรมการแบบผ่อนคลายชิลๆ โดยการนอนเอาขาขึ้นมาพาดขาทั้งสองขา เพื่อสงบสติอารมณ์ขณะนั้น ปล่อยให้เพื่อนๆ ทั้งสองทีมนั้นพูดจาเสียดสีกันไปมา ซึ่งเราคิกว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงแค่นี้ เพราะไม่มีการกระทบกระทั้งกันระหว่างคู่กรณีเลย แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยก็ได้เกิดขึ้น เมื่อผู้เข้าชมในสนาม ทำเรื่องที่ไม่สมควรทำ นั้นคือ โดยแก้วน้ำจากม้านั่งตัวเอง ลงมาใส่ รอน อาร์เทสต์ ที่กำลังนั่งชิล ๆ ที่โต๊ะผู้บรรยาย ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ และเกิดกว่าที่เราจุควบคุม

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 06

และเมื่อมีคนปาแก้วน้ำใส่ รอน อาร์เทสต์ นั้น ก็ทำให้เขานั้นเดือน เขาเลยวิ่งไปหาผู้ชมคนนั้น และออกหมัดไปที่หน้าทันที ทำให้เพื่อนของเขาเข้าไปห้าม แต่บางคนก็เข้าไปซ้ำ ทำให้ ผู้ชมหลายคนนั้นบางคนก็มาห้ามแต่ก็โดนสวนหมัด บางคนก็เขามาช่วยต่อยกัน แต่สิ่งที่แย่ไปมากกว่านั้นก็คือ รอน อาร์เทสต์ ตอนนั้นที่เขาขึ้นไปต่อยคนดู เขาได้ไปต่อยผิดคน เป็นคนละคนกันกับคนที่ปาแก้วใส่เขา 

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 07

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการที่นักกีฬานั้นไม่มีความเป็นนักกีฬา ไม่รู้จักการสงบสติอารมณ์ของตัวเอง จึงทำให้เกิดผลเสียของภาพลักษณ์ของลีค ด้วยเช่นกันกับทางผู้เข้าชมการแข่งขัน ที่ไม่รู้จักหน้าทีของตัวเอง แล้จ้องจะทำร้ายผู้อื่น ทำให้เกิดผลเสียที่ตามมา โดยคนที่โยนแก้วนั้น ถูกแบน ห้ามเข้าสนามบาส NBA เป็นเวลา 15 ปี เลยทีเดียว

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 08

เหตุการเริ่มบานปลายจน ริค คาร์ไลส์ โค้ชของเพเซอร์ส บอกกับนักข่าวหลังเกมส์จบตอนนั้นว่า ” ผมได้อยู่ในกลางสงครามซึ้งไม่รู้ว่าใครเป็นพวกใคร สิ่งที่ผมกลัวนั้นคือ ผมจะโดนลูกหลงเมื่อไรก็ไม่รู้ ผมกลัวมันมากจริง ๆ ถ้าเป็นคุณอยู่ในสนามรบ แล้วคุณไม่มีปืน คุณจะทำยังไง ผมทำได้แค่หมอบ และเก็บหน้าไว้ไม่ให้โดนลูกหลง”

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 09

หลังจากจบเหตุการณ์นี้ ทางตำรวจหน่วยรักษาความปลอดภัยก็ได้เข้ามา ระงับความสงบ และพบได้ว่า สนามเต็มไปด้วยเศษขยะ ของกินของผู้ชม ขวดน้ำ แก้วเบียร์ ถุงใส่ป๊อบคอน แต่กว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้นั้นก็ใช้เวลานานพอสมควร จากเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้นั้นครั้งนี้มีผู้ชมได้รับบาดเจ็บ 9 คน โดย 2 คนต้องถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล ส่วนการแข่งขันนั้น กรรมการสั่งยุติทันที โดยไม่มีแข่งต่อในช่วงเวลาที่เหลือ ซึ่งเป็นเพเซอร์สที่ชนะพิสตันส์ไป 97-82

การตีกันของผู้เล่นในเกมส์การแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่ที่สุดใน NBA 10

หลังจากที่จบเรื่องราว และทั้งสองทีมเข้าห้อง ล๊อกเกอร์ กันไป แต่ทีม ของ เพ เซอร์ ก็ยังไม่หยุดที่จะโวยวายใน โค้ช ริค คาร์ไลส์ กับผู้เล่นอย่าง รอน อาร์เทสต์ และ เจอร์เมน โอนีล ซึ่งขณะที่เถียงกันอยู่นั้น ตำรวจก็ได้เข้ามาจับกุมตัวของ รอน อาร์เทสต์ แต่ทีมต้องทำการรักษาสิทธิ ไม่ให้จับกุม โดยอ้างว่าจะไปให้ปากคำในเวลาถัดไป จนต้องเรียกตำรวจอีกหลายสิบนายมาเสริม เพื่อล้อมรอบสนาม และคอยคุมกันแฟนๆ อีกด้วย ก่อนสถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลายลงในที่สุด

บทลงโทษที่ได้รับของแต่ละคน

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคือเหตุการณ์ที่ทางลีคนั้น ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะเป็นประวัติศาสตร์ที่ ไม่น่าจดจำสักเท่าไร เพราะทางลีคมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเริ่มจากตัวนักกีฬา ที่เล่นกันแรกเกินกว่าเหตุ ทำให้ทางลีค ต้องออกกฏกติกา และการปรับเงิน และการต้องงดลงสนามแข่งและแบนการแข่งขัน ซึ้งทุกกฏนี้ มีตัวเงินเข้ามาเกี่ยวข้องกันหมด รวมถึงกฏหมายของสหรัฐอีกด้วย

อินเดียน่า เพเซอร์ส

  • รอน อาร์เทสต์ แบน 86 เกม (73 เกมในฤดูกาลปกติ และ 13 เกมในรอบเพลย์ออฟ ตลอดฤดูกาล 2004-05 ที่เหลืออยู่) 
  • สตีเฟ่น แจ็คสัน แบน 30 เกม
  • เจอร์เมน โอนีล แบน 15 เกม
  • แอนโทนี่ จอห์นสัน แบน 5 เกม
  • เรจจี้ มิลเลอร์ แบน 1 เกม

ดีทรอยท์ พิสตันส์

  • เบน วอลเลซ แบน 6 เกม 
  • ชอนซี่ย์ บิลลัพส์ แบน 1 เกม 
  • เดอร์ริค โคลแมน แบน 1 เกม 
  • เอลเดน แคมป์เบลล์ แบน 1 เกม

หลังจากจบเรื่องนั้น รอน อาร์เทสต์, สตีเฟ่น แจ็คสัน, เจอร์เมน โอนีล, เดวิด แฮร์ริสัน และ แอนโทนี่ จอห์นสัน ต้องมาทำประโยชน์ให้กับสังคมโดยต้องเก็บชั่วโมงจากการทำงานโดย (4 คนแรกโดนคนละ 60 ชั่วโมง จอห์นสัน 100 ชั่วโมง)ยังไม่จบแค่นี้ ทางลีค NBA ต้องแบน จอห์น กรีน และ ชาร์ลี แฮทแดท 2 แฟนเดนตาย ซึ้งสองคนนี้นั้น เป็นคนก่อเหตุเรื่องทั้งหมด ทำให้นักกีฬาเกิดอารมณ์ โดยการเขวี้ยงของของทีมพิสตันส์อีกต่อไป รวมถึงยกเลิกตั๋วปีที่ทั้งสองถือไว้ด้วยหลังจากที่ตำรวจสือประวัติเพิ่มเติมนั้น ก็พบว่า จอห์น กรีน คนที่ปาแก้วน้ำใส่ รอน อาร์เทสต์ มีประวัติที่ไม่ดี เช่น ในคดีปลอมแปลงเอกสาร, พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ, ทำร้ายร่างกาย ตลอดจนเมาแล้วขับอีก 3 ครั้ง ทำให้กรีนต้องโทษจำคุก 30 วัน และคุมความประพฤติ 2 ปี

การทะเลาะกันระหว่างผู้เล่น กับ ผู้ชมในสนามครั้งนี้ เกิดคำถามขึ้นว่า ความปลอดภัยในสนามบาสที่มีอยู่ตอนนี้พอแล้วหรอ จนทำให้ ผู้บริหารลงมาตอบเองเลยว่า  เดวิด สเติร์น คอมมิชชันเนอร์ในขณะนั้นต้องกู้ภาพลักษณ์ลีก NBA อย่างหนักมากโดนเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย เขาต้องต้องตั้งกฏนี้ขึ้นมา ซึ้งจริง ๆ แล้ว เขาเข้าใจว่าทำให้สำหรับนักกีฬาและเขากล่าวไว้ว่า “เราต้องมีการปรับบทลงโทษ และกฏระเบียบหลายอย่างเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่แฟนๆ ในการเข้ามาชม และที่สำคัญต้องทำให้แฟนๆ กลับมารู้สึกว่าผู้เล่นก็ยังเป็นมิตรกับแฟนๆ อยู่เช่นกัน”

กฏระเบียบที่ตั้งขึ้นมาไม่ใช่เรื่องของการชกต่อยในสนามเท่านั้น แต่รวมไปถึงการขายของในช๊อปของกิน การจำกัดขนาดเครื่องดื่มที่ขายในสนามไม่ให้เกิน 710 มิลลิลิตร หรือ 24 ออนซ์ สำหรับการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำกัดการซื้อไว้สูงสุด 2 แก้วต่อครั้ง ต่อคนเท่านั้น รวมถึงห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังจบควอเตอร์ที่ 3สุดท้ายคือการเพิ่มมาตราการความปลอดภัยในสนาม โดยเพิ่มจำนวนของการ์ดในสนามให้มากขึ้น เพื่อนปกป้องนักกีฬา ให้พ้นต่ออันตราจากคนที่ไม่หวังดี และการ์ดในที่นี้ก็จะควบคุมดูแลความปลอดภัยภายในสนามอีกด้วย

การทำบำเพ็ญประโยชน์ของ รอน อาร์เทสต์

การทำบำเพ็ญประโยชน์ของ รอน อาร์เทสต์

การทำบำเบ็ญประโยชน์ของ รอน อาร์เทสต์ นั้นต้องบอกเลยว่าเป็นการกู้ชื่อกลับมาของเขาเอง เพราะการกระทำที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้คนติดตาภาพจากตัวเขาเป็นอันธพาลในสนามบาสไปแล้ว ถ้าหากเขาอยากจะกลับมาสู้ลีค และมีคนนับถือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเล่นบาส หรือ เรื่องส่วนตัวก็ตาม เข้าต้องพยายามทำภาพลักษณ์ออกมาให้ดี และการบำเพ็จประโยชน์ของ รอน อาร์เทสต์นั้น นั้นคือการไปช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาศ เด็กที่ไม่มีพ่อและแม่ มันสะท้อนให้เขาเห็นว่า ในขณะที่เขามีพร้อมทุกอย่าง เงินทอง ครอบครัว แต่เขากับทำชีวิตพังเพราะคืนเดียว บางคนที่เขาไม่มีชีวิตเขายังไม่พังเลย ทำไมเราเป็นคนที่มีโอกาสกว่าถึงไม่เลือกทำสิ่งดีดี 

การทำบำเพ็ญประโยชน์ของ รอน อาร์เทสต์ 02

ในทางกลับกัน หลายคนอาจจะงงว่า จอห์น กรีน ที่ปาแก้วน้ำใส่อาร์เทสต์ในวันนั้นกลายมาเป็นคนสนิทกับ รอน อาร์เทสต์ ได้ยังไง และเจ้าตัวก็ได้สำนึกและกลับตัวกลับใจ รวมถึงการทำบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมในหลายโอกาส โดยในปี 2009 กรีนได้เผยว่า เขาตัดสินใจโทรไปหา รอน อาร์เทสต์ เพื่อจะโทรไปแล้วพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้น และเขาก็กล่าวขอโทษ รอน ทั้งน้ำตา และเขาเคยบอกว่า “รอนเป็นคนดี ผมเคยคิดว่าตัวผมเองนั้นดี แต่จริงๆ มันไม่ใช่ ผมเคยเป็นคนไม่ดีซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ควรทำตาม ผมกับรอนเรามีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกัน รอนรับโทรศัพท์ผม และผมเอ่ยคำว่าขอโทษที่ผมทำแบบนั้นใส่เขา มันเป็นความกล้าและผมรู้สึกดีที่ได้โทรไป”

สิ่งที่หลายคนคิดไม่ถึงคือ การโทรศัพท์ไปคุยกันครั้งนั้น ทำให้เกิดเป็นมิตรภาพระหว่างคู่พิพาท และไม่ได้เป็นความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยด้วย

การทำบำเพ็ญประโยชน์ของ รอน อาร์เทสต์ 03

สตีเฟ่น แจ็คสัน เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “เขาทั้งสองกลายเป็นเพื่อนรักกัน”  แม้จะเคยทะเลาะกัน แต่ด้วยความเข้าใจกัน และกล้าที่จะพูดขอโทษนั้น ก็ทำให้รู้ว่า อีกคนไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อกัน หลังจากที่พวกเขาได้ปรับความเข้าใจกันและกัน พวกเขาทั้งสองนั้น “ติดต่อกันหลายครั้งแบบจริงจังเลยนะ พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาก มันน่าทึ่งจริงๆ ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายแบบรอนจะสามารถทำสิ่งแบบนี้ได้”

ขณะที่อาร์เทสต์ หรือเวิลด์พีซในตอนนี้ก็ได้บอกถึงเรื่องราวดังกล่าวด้วยว่า “เขาโทรมาหาผม และบอกว่าเสียใจมากสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงรู้สึกอับอายกับตัวเองมาก เขาขอให้ผมให้อภัยเขา สำหรับผม มันเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว มันอาจจะเป็นการทะเลาะวิวาทก็จริง แต่บางทีปลายเรื่องมันอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ดีก็ได้”

สุดท้ายนี้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ ไม่ใช่สำหรับเพียงกีฬาเดียวหรือนักบาสเกตบอลเท่านั้น แต่รวมถึงนักกีฬาทุกคนว่า การทำร้ายกันหรือการมีเรื่องในสนามนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ และไม่มีประโยชน์ถ้าคิดจะทำ แต่ถ้าทำไปแล้ว แล้วเราคิดว่ามันคือสิ่งที่ผิดนั้น เราก็ควรเอ่ยคำว่า ขอโทษ และยอมรับผลที่ตามมาจากการกระทำของเรา

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG

Tag
3 พื้นฐานในการเริ่มเล่นบาสเกตบอล (1) 10 อันดับ รองเท้าบาสเกตบอล (1) Blake Griffin (1) Cameron Payne (1) Chris Paul (1) Deandre Ayton (1) DeMarcus Cousins (1) Devin Booker (1) Dirk Nowitzki (1) Dwyane Wade (1) Giannis Antetokounmpo (1) Gordon Hayward (1) Jae Crowder (1) James Harden (1) Kevin Durant (1) Kevin Garnett (1) Kyrie Irving (1) Lebron James (2) NBA FINAL 2021 (1) Rajon Rondo (1) Space Jam 2 (1) Stephen Curry (1) Steve Nash (1) Tim Duncan (1) Tracy McGrady (1) กติกาพื้นฐานสำหรับกีฬาบาสเกตบอล (1) การเลือกซื้อลูกบาส (1) ขนาดของสนามบาสเกตบอลและแป้นบาส (1) ข่าวบาสเก็ตบอล (1) ความสำคัญของถุงเท้า (1) นักบาส NBA ที่มีการ ปันน้ำใจกลับสู่สังคม (1) ประวัติของรองเท้าบาส (1) ราคาเสื้อบาสของแท้ (1) ราชาแห่งการ DUNK (1) รายได้ของนักกีฬา NBA ในปี 2022 (1) วิธีการฝึกร่างกายเพื่อเป็นนักกีฬา (1) วิธีเลือกซื้อรองเท้าบาสเกตบอล (1) แบบฝึกการป้องกัน (1)