เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่กำลังนั่งอ่านบทความนี้อยู่ ชีวิตของพวกคุณเองคงไม่ได้เรียบง่าย และ โปรยไปด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน ซึ่งแน่นอนว่าอีกหนึ่งรสชาตของคนที่ยังมีชีวิต และ ลมหายใจอยู่นั่นก็คือ อุปสรรคต่าง ๆ นานาที่ถาโถมเข้ามาสู่ตัวเราอย่างไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งบางคนก็มีความแข็งแกร่งทางจิตใจและสามารถก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ แต่ทว่าบางคนเองก็ไม่อาจที่จะก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นไปได้จนทำให้เกิดความท้อ และ หมดกกำลังใจ ในการใช้ชีวิต แต่เราอยากให้รู้ไว้ว่า แม้คุณจะท้อแท้ และ เหนื่อยล้าขนาดไหน เราอยากจะให้คุณลองมองมาที่ชายที่ชื่อว่า ไมเคิล จอร์แดน ชายผู้ที่ไม่เคยย้อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ
ชื่อเต็ม ๆ ของ ไมเคิล จอร์แดน นั้นมีชื่อเต็ม ๆ ว่า Michael Jeffrey Jordan
โดยตัวของเขานั้นลืมตาดูโลกขึ้นมาในปี 1993 ที่ บรู๊คลิน นิวยอร์ก ซึ่งตัวของ ไมเคิล จอร์แดน เป็นลูกคนที่ 4 จาก 5 คน ของคุณพ่อของ เจมส์ จอร์แดน ที่รับอาชีพผู้ดูแลอุปกรณ์ ส่วนคุณแม่ของ ไมเคิล จอร์แดน นั้นทำงานเป็นพนักงานธนาคาร
ซึ่งในสมัยเด็กตัวของ ไมเคิล จอร์แดน ค่อนข้างที่จะมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับคุณพ่อของเขามาก ๆ เนื่องจากทั้งพ่อ และ เขา ต่างก็ชื่นชอบการเล่นกีฬาเหมือนกัน จึงทำให้ตัวของ ไมเคิล จอร์แดน ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่เล่น เบสบอล ด้วยกัน
แต่กีฬาอย่างเบสบอลนั้นกลับไม่ใช้ทางเลือกแรกของ ไมเคิล จอร์แดน เพราะเขาได้เลือกเส้นทางอย่างการเล่นบาสเกตบอลเป็นหลักตามพี่ของเขาอย่าง แลร์นี่ จอร์แดน อีกทั้งตัวของ ไมเคิล จอร์แดน ยังค่อนข้างยกย่องพี่ชายของเขาคนนี้ให้กลายเป็นแบบอย่างของการเล่นบาสอีกด้วย
และอีกหนึ่งลักษณะนิสัยของตัว ไมเคิล จอร์แดน ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กเลยนั่นก็คือ นิสัยการชอบเอาชนะ ซึ่งในตอนนั้นตัวของเขามักจจะเป็นผู้แพ้อยู่ตลอด ทำให้เขาต้องเจ็บช้ำกับเรื่องราวเหล่านี้ ถึงขนาดที่ว่าในสมัยมัธยมเขายังไม่สามารถที่จะเข้าร่วมเป็นทีมตัวแทนของโรงเรียนได้เลยอีกต่างหาก
ซึ่งเพราะความพ่ายแพ้นี้เองที่ทำให้ในทุก ๆ ครั้งที่ตัวของ ไมเคิล จอร์แดน
เดินทางไปถึงโรงเรียน เขาจะพยายามหาตำแหน่งในทีตัวแทน เพื่อลงคัดเลือกอยู่เสมอ แต่ทว่าทักษะของเขาก็ยังมีไม่เพียงพอที่จะคัดเลือกผ่านได้เลย ซึ่งสาเหตุเหล่านั้นมันก็มาจากทีมที่เขาลงสมัครคัดเลือก มักจะมีคนที่ตัวสูง และ ใหญ่กว่า ไมเคิล จอร์แดน แถมในตอนนั้นตัวของ จอร์แดน ยังโดนดูถูกว่า เขานั้นคือ ผู้เล่นที่มีความสามารถน้อยที่สุดในทีมอีกต่างหาก
เหตุผลดังกล่าวนี้แหละที่ให้คนที่เกลียดความพ่ายแพ้เป็นที่สุดอย่าง ไมเคิล จอร์แดน เริ่มผลักดันตัวเองให้มากยิ่งขึ้นด้วยการฝึกซ้อม แต่ทว่าถึงเขาจะฝึกหนักมากขนาดไหนก็ตาม ไมเคิล จอร์แดน ก็ยังคงถูกปฏิเสธจากทีมบาสอยู่ดี แต่ถึงจะถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ยังคงฝึกซ้อม และ ฝึกให้หนักมากยิ่งขึ้นอย่างไม่มีย่อท้อ
ไมเคิล จอร์แดน รีบออกไปโรงเรียนเพื่อให้ถึงก่อนใคร ๆ ในช่วงเช้า เพื่อใช้เวลาในการฝึกซ้อม
การทำแต้มในโรงยิม โดยเขาฝึกหนักจนถึงขนาดที่ว่า คุณครูพละต้องไปลากตัวของ ไมเคิล จอร์แดน จากโรงยิมเพื่อให้มาเข้าเรียนเลยทีเดียว และแล้วในที่สุดการประกาศคัดตัวของโรงเรียนก็เวียนมาถึงอีกครั้ง ซึ่งเพราะความพยายามของ ไมเคิล จอร์แดน นี่เองที่ทำให้ในที่สุดตัวของเขา ก็ได้ผ่านเข้าสู่การสมาชิกของทีมซะที แต่ถึงเขาจะก้าวเข้าสู่ทีมได้สำเร็จ แต่สิ่งต่อมาที่ ไมเคิล จอร์แดน ต้องเผชิญนั่นก็คือ การนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองจนก้นด้าน แถมหน้าที่หลักในทีมของเขาก็คือ การคอยแจกน้ และ ผ้าขนหนูให้กับผู้เล่นที่เหนื่อยจากการแข่งขัน โดยที่เขาแทบไม่ได้ลงสัมผัสเกมเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ถึงว่าคนในทีมจะไม่ได้ใส่ใจในตัวของ ไมเคิล จอร์แดน มากนัก เขาก็ไม่เคยที่จะย่อท้อ หรือ มีความคิดลาออกจากทีมเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ไมเคิล จอร์แดน กลับยิ่งฝึกฝนตัวเขาให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จนกระทั่งในที่สุดโอกาสฉายแววของเขาก็มาถึง เมื่อ ไมเคิล จอร์แดน ได้รับตำแหน่งตัวจริงในทีมบาสรุ่นเล็ก และเขาก็ได้ฝีมือจากการฝึกซ้อมจนทำให้ในที่สุด
ฝีมือของเขาก็กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนดู และทำให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ยื่นทุนการศึกษามาให้เขา
และหนึ่งในนั้นก็คือมหาวิทยาลัยอย่าง นอร์ทแคโรไลนา
และที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนานี้เองที่มันได้กลายเป็นที่แจ้งเกิดของ ไมเคิล จอร์แดน เพราะฟอร์มของเขาโดดเด่นเกินหน้าเกิดตาเด็กในรุ่นเดียวกันไปไกล จนทำให้ในที่สุดทีมอย่าง ชิคาโก บูลส์ ก็ตัดสินใจดราฟต์ตัวของ ไมเคิล จอร์แดน เข้ามาในปี 1984 โดยเป็นการดราฟต์อันดับที่ 3
และทันทีที่ตัวของ ไมเคิล จอร์แดน เข้าสู่ทีม เขาคนนี้ก็เดินหน้าสร้างสรรค์คความสำเร็จให้ทีมไม่หยุด โดยเขาได้คว้ารางวัลผู้เล่นหน้าใหม่แห่งปี รวมถึงเขายังสามารถพา ชิคาโก้ บูลส์ เข้าสู่รอบ เพลย์ ออฟ ได้สำเร็จในปี 1990 อีกด้วย
และหลังจากนั้นอย่างที่เราหลาย ๆ คนน่าจะทราบกันดีว่า ตัวของ ไมเคิล จอร์แดน ได้นำ ชิคาโก้ บูลส์ เข้าสู่การเป็นแชมป์ NBA ถึง 3 สมัยติดต่อกัน โดยสถิติการทำแต้มในตอนนั้นของเขาถือว่ายอดเยี่ยมาก ๆ เพราะเขาสามารถที่จะคะแนนเฉลี่ยได้อยู่ที่ 33 คะแนนต่อเกมในฤดูกาลปกติ และ 30 คะแนนในรอบเพลย์ ออฟ และเพราะๆฟอร์มที่แทบไม่เคยแผ่วของ ไมเคิล จอร์แดน นี่แหละที่ทำให้เขาได้กลายเป็นผู้เล่นที่มักจะติดเกม All Star อยู่เป็นประจำ หนำซ้ำเขาคนนี้ก็ได้กกลายเป็นหนึ่งในดรีมที่ในการพาทีมชาติอเมริกาความแชมป์โอลิมปิกอีกด้วย
ซึ่งภาพของหลาย ๆ คนที่คุ้นตาว่า ไมเคิล จอร์แดน จะต้องเล่นเกมรุกเป็นอย่างเดียว แต่เปล่าเลย เพราะว่าตัวของจอร์แดนเองก็ยังเคยได้รับการกล่าวขานว่า เขาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นแนวรับที่ดีที่สุด โดยทุกอย่างนี้มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากวันแรกตัวของ
ไมเคิล จอร์แดน นั้นยอมถอดใจกับคำดูถูกของเพื่อนร่วมทีม และ ปล่อยให้มันเป็นไปตามชะตากรรม
ดังนั้นหากใครที่กำลังท้อ หรือ หมดแรงใจในการทำงาน และ อุปสรรคต่าง ๆ นานา มากมที่กำลังโถมเข้ามา เราอยากให้คุณลองตั้งสติให้ดี และ มองชายที่ชื่อว่า ไมเคิล จอร์แดน เป็นแบบอย่างในการสู้กับอุปสรรค dunkswin9
เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> เว็บตรงสล็อต