มนุษย์ทุกคนใช่ว่าจะเกิดมาเพียบพร้อมเหมือกันทุก ๆ คน เพราะเพียงแค่ฐานะของทางบ้านแล้ว มันก็แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการใช้ชีวิตกัน แต่ถ้าเกิดมาพร้อมกับความแตกต่างด้านฐานะก็ยังไม่เท่าไหร่เพราะของแบบนี้มันสามารถที่จะใช้ความพยายามในการสร้างมันขึ้นมาได้ แต่ทว่าหากเกิดมาในฐานะของความแตกต่างกันทางร่างกายนั้น มันค่อนข้างที่จะกลายเป็นเรื่องอันแสนยากลำบากพอสมควรในการใช้ชีวิต แต่ทว่ามันก็ไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียว เพราะว่ายังมีหลาย ๆ คนที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคทางร่างกายจนพวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จได้ในปัจจุบัน และ หนึ่งในเรื่องราวสุดปาฏิหารย์นั้นมันก็ได้เกิดกับเด็กชายคนหนึ่งที่หลงรักกีฬาบาสอย่างสุดหัวใจ โดนเด็กชายคนนั้นเขามีชื่อว่า เจสัน แม็คเอลเวน
ซึ่งก่อนหน้าที่ทุกคนจะมาเริ่มอ่านบทความนี้กัน คุณสามารถที่จะไปอ่านบทความย้อนหลังของเด็กชายที่ชื่อว่า เจสัน แม็ค
เอลเวน ได้ว่าเขาคนนี้นั้นหลงรักกีฬาบาสเกตบอลขนาดไหน และ อะไรคืออุปสรรคที่เขาต้องเผชิญมาบ้าง ส่วนใครที่กำลังรอเรื่องราวของเขาเพิ่มเติม หรือ ย้อนอ่านกันไปเป็นที่เรียบร้อยน ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วละที่เราจะพาทุก ๆ คนไปชมกับช่วงเวลาแห่งปาฏิหารย์ของชายที่ชื่อว่า เจสัน แม็คเอลเวน
หลังจากที่ตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน ฝึกร่างกายของตัวเองอยู่ตลอดแม้ว่าเขาจะทำได้เพียงอยู่ข้างสนามก็ตาม จนกระทั่งวันหนึ่งเส้นทางที่ราวกับความฝันของเขาก็ถูกเปิดออก โดยปกติแล้วทีมกีฬาของโรงเรียนมักจะมีโค้ชที่ถูกจ้างมาทำหน้าที่ในการฝึกบรรดาเหล่านักกีฬา โดยโชคนนั้นก็คือ โค้ชอย่าง จิม จอห์นสัน ซึ่งโปรไฟล์ของเขานั้นค่อนข้างที่จะดูดีในกีฬาบาสเกตบอล แต่ทว่าตัวของเขาเองก็ยังไม่เคยที่จะพาทีมอย่าง กรีซ อาเธอร์นา คว้าแชมป์ได้เลย
โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน พยายามที่จะทำการเข้าเข้าเลือกเพื่อเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมนี้มาโดยตลอด ซึ่งการไม่ย้อท้อของ เจสัน แม็คเอลเวน นี้เองที่ทำให้ตัวของโค้ชอย่าง จิม จอห์นสัน เห็นถึงความุ่งมั่น และ ตั้งใจของ
เจสัน แม็คเอลเวน เป็นอย่างมาก เขาจึงได้ให้สัญญาว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องส่งเด็กชายที่มีความผิดปกติทางร่างกายแต่มีหัวใจที่แข็งแกร่งคนนี้ลงสนามให้ได้
และแล้วเรื่องแห่งปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2006 ทีมบาสอย่าง กรีซ อาเธอร์นา จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของโรงเรียนมัธยมปลาย สเปนเซอร์พอร์ท ซึ่งในเกมนั้นถือได้ว่าเป็นเกมสุดท้ายในบ้านของทีม กรีซ อาเธอร์นา จึงทำให้บรรดาเหล่านักเรียนเข้ามาชมเกมนี้กันเต็มสนาม และแน่นอนว่าในสนามนั้นก็มีป้ายเชียร์เจสัน แม็คเอลเวน จากเพื่อน ๆ ของเขาอีกด้วน
ซึ่งในการแข่งขันในช่วงแรกฝ่ายเจ้าบ้านนั้นเป็นผู้ครองเกมอย่างเหนือกว่า และ สามารถทำแต้มนำไปก่อน แต่ถึงแต้มจะนำไปขนาดไหนก็ตามเพื่อความไม่ประมาทตัวโค้ชอย่าง จิม จอห์นสัน เองก็ยังไม่เลือกที่จะส่งตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน ลงสนามอยู่ดี เพราะว่าเกมนี้ทุก ๆ แต้มนั้นมันมีความหมายถึงแชมป์ และแน่นอนว่าบรรยากาศกดดันอันแสนหนักอึ้งนี้มันก็อาจจะทำให้ตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน ที่เพิ่งสัมผัสเกมครั้งแรกสติแตกได้เช่นกัน
จนกระทั่งเวลาเดินทางมาถึงควอเตอร์สุดท้ายในนาที 4.19 โดยตอนนั้นทีมอย่าง กรีซ อาเธอร์นา ออกทิ้งห่างคู่ต่อสู้ไปด้วยสกอร์ 2 หลักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแน่นอนว่ามันคือระยะปลอดภัยของทีม มันจึงทำให้ตัวของ จิม จอห์นสัน ตัดสินใจเรียกตัวของ
เจสัน แม็คเอลเวน ที่เขาได้ใส่ชื่อเป็นหนึ่งในผู้เล่นมา
และทันทีที่ตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน ลุกจากม้านั่งสำรองไปที่โต๊ะกรรมการเพื่อที่จะทำการลงสนาม เสียงฮือฮาก็เริ่มอื้อึงไปทั่วทั้งสนาม แต่ก็ใช่ว่าตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน ลงสนามมาแล้วเขาจะสามารถทำผลงานได้ดี ทว่ามันกลับกลายเป็นเหมือนฝันร้ายของเขาเพราะว่าลูกแรกที่เขาชู๊ตออกไปจากมือนั้น มันไม่ได้โดนแม้กระทั้งขอบห่วง หรือ แป้นเลยแม้แต่น้อย ส่วนลูกที่ 2 ที่เขายิงก็พลาด แต่ทว่าในลูกที่ 3 นี้เองเขาก็ทำให้ทั้งสนามต้องส่งเสียงเชียร์ออกมาอย่างกึงก้อง เพราะ เจสัน แม็คเอลเวน กดลูก 3 คะแนนลงหลังจากที่ใช้เวลาปรับจูนใน 2 ลูกแรก และหลังจากนั้นตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน ก็กด 3 คะแนนลูกแล้ว ลูกเล่าแบบไม่มีหยุด จนทำให้เขาคนนี้สามารถทำไปได้ถึง 20 คะแนนในช่วงเวลาไม่กี่นาที แถมมันยังเป็นการชู๊ต 3 แต้มลงถึง 6 ครั้งด้วยกัน
และชัยชนะในนัดนั้นนี่เองที่ส่งผลให้ความฝั่งของ จิม จอห์นสัน กลายเป็นจริงเพราะเขาสามารถที่จะแชมป์เขตได้เป็นครั้งแรก อีกทั้งนัดนั้นมันยังส่งให้ตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน กลายเป็นที่พูดถึงเป็นวงกว้างอีกด้วย
แต่ทว่าตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน นั้นกลับไม่รู้ตัวเลยว่าการเล่นอันยอดเยี่ยมของเขานั้นถูกบันทึกเอาไว้โดยมือวิดีโอของทีมที่ชื่อว่า มาร์คัส ลูเชียโน ซึ่งในตอนแรกนั้นตัวของเขาถูกโค้ชสั่งให้เก็บแผนการเล่นของทีม เพื่อนำมาใช้วิเคราะห์เกมในภายหลัง แต่ทว่าหลังจากที่เขาได้เห็นตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน ยิงลูกแรกลงไป และ บรรยากาศของดูที่ดีใจอย่างบ้าคลั่ง เขาก็ตัดสินใจหันมาเก็บบันทึกภาพการกว่าเล่นของ เจสัน แม็คเอลเวน แทน ซึ่งหลังจากเกมวันนั้นตัวขจอง มาร์คัส ก็ได้ส่งวิดีโอนี้ไปให้กับนักกายภาพบำบัดของของ เจสัน ก่อนที่จะส่งไปให้ช่องโทรทัศน์ท้องถิ่นเพื่อที่เขาหวังว่าโทรทัศน์ท้องถิ่นจะเอามาทำเป็นสกู๊ปข่าวได้นั่นเอง
และนั่นเองก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นเพราะว่าชื่อของ เจสัน แม็คเอลเวน นั้นได้ถูกสื่อหลาย ๆ สำนักพากันรายงานไม่ว่าจะเป็น ABC , NBC รวมถึงสืออย่าง ESPN ก็ได้บุกไปสัมภาษณ์ตัวของ เจสัน แม็คเอลเวน ถึงที่เลยทีเดียว นอกจากนั้นแล้วตัวของโค้ช และ เจสัน แม็คเอลเวน ก็ยังถูก CNN สถานทีโทรทัศน์ระดับชาติเชิญไปสัมภาษณ์ แถมตัวของซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการบาสในขณะนั้นอย่าง เมจิก จอห์นสัน ก็ยังได้เดินทางไปหาเขาถึงที่โรงเรียน กรีซ อาเธอร์นาส เลยทีเดียว
แต่ความโด่งดังของ เจสัน แม็คเอลเวน ยังเหนือไปกว่านั้นอีกเพราะว่าเขายังได้มีโอกาสเข้าพบกับอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช และ เพย์ตัน แมนนิง ยอดควอเตอร์แบ็คในตำนานของ อินเดียนาโปลิส โคลท์ส ในขณะนั้น แถมตัวของอดีตระธานาธิบดียังถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเมื่อได้ชมเทปบันทึกภาพการแข่งของ เจสัน แม็คเอลเวน
ซึ่งความพยายามครั้งนี้ของ เจสัน แม็คเอลเวน ได้กลายเป็นแรงบันดาลให้ใครหลาย ๆ คน โดยหลังจากที่เขาได้สร้างปาฏิหารย์สุดเหลือเชื่อ เจสัน แม็คเอลเวน ก็ได้เริ่มใช้ชีวิตหลังจบมัธยมปลายไปกับการเป็นอาสาสมัครในทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีม พร้อมกันนั้นเขาก็ยังทำงานเป็นพนักงานประจำในแผนกเบเกอรีที่ร้านเว็กมานส์ ก่อนที่สุดท้ายแล้วเขาจะลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีมไปในปี 2017 เหลือทิ้งไว้เพียงตำนานของ เจสัน แม็คเอลเวน เด็กชายที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคทางร่างกาย