อย่างที่เราเคยบอกไปว่าวัฒนธรรมของเพลงกับกีฬานั้นถือได้ว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กันมาอย่างยาวนานจนแยกออกจากกันยากแล้ว และยิ่งสำหรับกีฬาอย่างบาสเกตบอล NBA ด้วยแล้วละก็ เพลงที่อยู่คู่กับวงการนี้มาอย่างยาวนานคงจะหนีไม่พ้นเพลงอย่างฮิปฮอปแน่นอน ซึ่งเพลงแนวนี้นี่เองที่ได้มีอิทธิพลต่อบรรดาเหล่านักบาสหลายต่อหลายคนไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต รวมถึงแฟชั่นการแต่งตัว แต่มันกลับมีนักบาสคนหนึ่งที่เพลงแนวนี้สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเขาได้มากกว่าคนอื่น ๆ โดยนักบาสคนนั้นก็คือ เดเมียน ลิลลาร์ด
ถ้าจะให้พูดผู้เล่นตำแหน่งพอยต์การ์ดของทีม พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส ที่โด่งดังและหลาย ๆ คน
ต่างก็ต้องรู้จักเขาก็คงจะหนีไม่พ้นชายที่ชื่อว่า เดเมียน ลิลลาร์ด เพราะว่าคนนี้นี่แหละคือคนที่สามารถทำแต้มในช่วงท้ายเกม และ พาทีมผลิกกลับมาชนะอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เขาได้รับฉายาสุดเท่ว่า DAME TIME
และอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ไม่ว่าเห็นกี่ทีก็ต้องนึกถึงตัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด นั่นก็คือเบอร์เสื้อประจำตัวของเขาอย่างหมายเลข 0 ที่เขาสวมใส่มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกดราฟต์เข้าใน NBA ครั้งแรกในฤดูกาล 2012-13 ซึ่งหมายเลข 0 ที่เขาใส่นั้น แท้จริงแล้วมันไม่ได้หมายถึงเลข 0 แต่อย่างใด แต่ตัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด นั้นได้นิยามมันถึงตัวอักษร โอ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นตัวอักษรขึ้นต้นคำแรกของคำว่า โอ๊กแลนด์ เมื่องขนาดใหญ่แห่งรัฐแคลิฟอร์เนียบ้านเกิดของเขานั่นเอง
โดยบริเวณรอบข้างที่ตัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด เกิดนั้นเป็นบริเวณที่พักอาศัยของชนชั้นแรงงาน ซึ่งแน่นอนว่าสภาพมันก็คล้าย ๆ กับย่านเสื่อมโทรมทั่วไปของประเทศอเมริกานั่นเอง เพราะมันมีทั้ง ความรุนแรง, ยาเสพติด และโสเภณี อัตราการเกิดอาชญากรรม แต่ทว่าแถวบ้านที่เขาเกิดนั้นจะเหนือกว่าที่อื่นหน่อยตรงที่ละแวกบ้านของเขามีเรื่องเหล่านี้สูงกว่าพื้นที่อื่นถึง
191 เปอร์เซนต์
แน่นอนว่าคงไม่มีครอบครัวไหนหรอกที่อยากจะให้ลูกของตัวเองถูกกลืนกินไปด้วยสิ่งเหล่านั้น จึงทำให้ครอบครัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด พยายามหากิจกรรมยามว่างให้กับเขาคนนี้ทำ นั่นก็คือการทำกิจกรรมของชุมชนชื่อว่า Never Worry Picnic ซึ่งเขาก็ได้ปิ้งบาร์บีคิวกับคุณปู่ รวมถึงยังได้ร้องเพลงอย่างสนุกสนาน แต่สิ่ที่มันทำให้เขาจำไม่เคยลืมนั่นก็คือ การเต้นที่มีชื่อเรียกว่า
Brookfield Village Dance โดยท่าเต้นนี้จะเป็นการผสมกันระหว่าการเต้นสไตล์ Shuffle
เข้ากับการเต้นแบบ Swag โดยเท้าของผู้เต้นจะขยับอย่างไม่รีบเร่ง บวกกับการเคลื่อนไหวของมือตามจังหวะ
และเพราะการแคลื่อนไหวแบบนี้นี่เองที่เปรียบเสมือนการเปิดประตูให้ เดเมียน ลิลลาร์ด เข้าสู่โลกแห่งฮิปฮอป แต่ทว่าก้าวสำคัญที่ทำให้เขาคนนี้กลายเป็นแร็ปเปอร์ในปัจจุบันนั่นก็คือ กฎประจำแก๊ง ที่ไม่ใช่แก๊งอันธพาลที่ไหน แต่เป็นกฎของเขากับลูกพี่ลูกน้อง ที่มีชื่อว่า ยูจีน “เบบี้” วาสเกซ ซึ่งเขาได้ตั้งกฎสำคัญว่าหากตัวของเขาจะขึ้นรถไปกับบรรดาเหล่าชาวแก๊งได้ ตัวของเดเมียน ลิลลาร์ด จะต้องแร๊ปเป็น และนั่นเองมันก็ทำให้ตัวของ เดเมียน เริ่มฝึกหัดแร็ปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
และหลังจากที่ตัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด ฝึกแร็ปไปเรื่อย ๆ เขาก็ค้นพบพรสวรรค์ของเขา และ หลังจากนั้นเขาก็ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับ Brookfield Duece ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง และ ยังเป็นแร็ปเปอร์ชื่อดังอีกคนหนึ่งของเมือง โอ๊กแลนด์ ซึ่งวิธีฝึกของพวกเขานั่นก็คือ พวกเขาทั้งคู่จะโดดเรียนเพื่อขี่รถไปตามที่ต่าง ๆ โดยตัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด จะคอยนั่งอยู่ที่เบาะหลัง และ ร้องเพลงแร็ปของ Brookfield Duece ไปเรื่อย ๆ นั่นเอง
ซึ่งเพราะความสามารถด้านการแร็ปอันโดดเด่นของ เดเมียน ลิลลาร์ด นี้เองที่ทำให้บรรดาเหล่าชาวเมือง
แทบจะไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วไอ้เจ้าหนูคนนี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่การร้องแร็ป แต่ว่าเจ้าหนูคนนี้ยังมีฝีมือด้านบาสเกตบอลที่ไม่เป็นรองใคร ซึ่งหลังจากที่เขาสามารถเข้าสู่เวที NBA ได้สำเร็จ เขาคนนี้ก็ได้เริ่มเผยแพร่ความเป็นฮิปฮอปให้บรรดาเหล่าแฟนบาสได้ประจักษ์ทันที โดยในปี 2013 เขาคนนี้ได้เปิดบัญชีอินสตาแกรมที่มีชื่อว่า 4barfriday
โดยบัญชีอินสตาแกรมที่ตัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด นั้นจะมีการจัดกิจกรรม แร็ป ชาเลนจ์ ซึ่งจะเชิญชวนให้ทุกคนส่งเร็ปความยาว 4 บาร์ภายในเวลา 30 วินาที เพื่อลงในช่องทางดังกล่าวทุกสัปดาห์ ซึ่งโปรเจ็คนนี้นี่เองที่ทำให้หลาย ๆ คนสนใจและส่งคลิปเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และ แน่นอนว่าบรรดาเหล่านักบาส NBA เองก็สนใจที่จะร่วมสนุกกับโปรเจ็คนี้เช่นกัน โดยมีบรรดาเหล่านักบาส NBA มามากมายที่ร่วมส่งคลิปมาประกวดไม่ว่าจะเป็น พอล จอร์จ, แฮร์ริสัน บาร์นส์, รวมถึง เลบรอน เจมส์
ซึ่งเพราะความนิยมนี้เองที่ทำให้ปัจจุบันนี้บัญชี 4barfriday ของ เดเมียน ลิลลาร์ด มีคนตามมากกว่า 6 หมื่นคน
และนอกจากบัญชี IG ที่ดังมาก ๆ แล้วตัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด ยังค่อย ๆ โด่งดังขึ้นในฐานแร็ปเปอร์ โดยในปี 2015 เขาคนนี้ก็ได้ Debut เป็นศิลปินแร็ปเปอร์โดยใช้ชื่อว่า Dame D.O.L.L.A. ซึ่งเป็นตัวย่อมาจาก Different On Levels the Lord Allows และเขาก็ได้ส่งเพลแรกอย่าง Soldier in the Game ออกมาให้บรรดาแฟนฟังฟรี ๆ ใน SoundCloud ก่อนที่จะปล่อยอัลบั้มเต็มที่มีชื่อว่า The Letter O วางขายผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 2016
และทันทีที่เพลงของเขาถูกปล่อยออกมา แฟน ๆ ก็ให้การตอบรับเพลงของศิลปินหน้าใหม่อย่าง เดเมียน ลิลลาร์ด อย่างดี โดยเพลงของเขามีคนเข้าไปฟังกว่า 2 ล้านครั้ง แถมอัลบั้มของเขาทำยังยอดขายขึ้นเป็นอันดับ 1 ในชาร์ท Billboard R&B/Hip-Hop Albums อีกด้วย ด้วยความสำเร็จนี้เองจึงทำให้ปีต่อมาตัวของ เดเมียน ลิลลาร์ด ได้ปล่อยอัลบั้มตามมาอีกถึง 2 อัลบั้ม โดยมีชื่อว่า Confirmed และจากนั้นในปี 2019 ตัวเขาก็ได้ปล่อยอลับั้มที่ชื่อว่า Big D.O.L.L.A. ตามมา
และนี่ก็คืออีกหนึ่งแง่มุมของ เดเมียน ลิลลาร์ด นักบาสเกตบอลที่มีความสามารถด้านดนตรีไม่แพ้กับความสามารถด้านบาสของเขาเลยแม้แต่น้อย