โลกในยุคนี้ถือได้ว่าเป็นโลกหนึ่งที่มีสิ่งอำนวยความสะวดก และ ความบันเทิงอยู่รายล้อมตัวเราอย่างมากมาย แต่แน่นอนว่าไอ้สิ่งที่จะสามารถสร้างความสุข รวมถึงความบันเทิงต่าง ๆ ใหเข้ามาอยู่ในชีวิตของเราได้นั้น ทุกอย่างล้วนแต่จำเป็นที่จะต้องใช้ เงิน เป็นส่วนประกอบด้วยกันทั้งนั้น
ซึ่งการที่จะได้เงินมานั้นบางคนเองก็ต้องถึงกับต้องยอมทิ้งความฝันเพื่อไปทำสิ่งที่ตนเองไม่ได้รัก เพื่อที่จะหารายได้มาใช้มากกว่าที่จะเลือกตามความฝัน หรือบางคนเองก็อาจจะต้องยอมทิ้งอุดมการณ์ที่ตนเองยึดมั่นไปเพื่อแลกกับเงินจำนวนหนึ่ง
แต่ทว่าในวงการบาสเก็ตบอล กลับมีชายคนหนึ่งที่เขาได้ปฏิเสธเงินที่เพิ่มขึ้นของเขา เพียงเพราะว่า เงินมันไม่สามารถแลกได้กับความสุข ซึ่งชายคนนั้นเขามีชื่อว่า โทนี่ เบนเน็ตต์
ก่อนอื่นเราต้องขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ โทนี่ เบนเน็ตต์ กันเสียก่อน โดยเขาคนนี้ปัจจุบันนั้นดำรงตำแหน่ง
เป็น เฮดโค้ชให้กับ Virginia Cavaliers ทีมบาสเกตบอลประจำมหาวิทยาลัย University of Virginia ซึ่งเรื่องราวเส้นทางชีวิตของเขาคนนี้มันก็ดูเหมือนกับโค้ชทั่วไปนั่นก็คือ การเป็นพันตัวจากผู้เล่นเข้าสู่การเป็นโค้ช นั่นเอง
โดยในสมัยหนุ่ม ๆ นั้นเขาได้เล่นเป็นตำแหน่ง พอยต์การ์ด ให้กับมหาวิทยาลัยอย่าง University of Wisconsin – Green Bay และเพราะความโดนเด่นในการเล่นของเขา ทำให้เขาคนนี้ถูกเสนอชื่อเข้าไปชิงรางวัลต่าง ๆ มากมมาย แถมสุดท้ายแล้วเขาคนนี้ยังได้รับการรีไทร์เบอร์เสื้อหมายเลข 25 เพื่อเป็นเกียรติให้เขาจากสถาบันของเขาอีกด้วย
และเพราะความโดดเด่นอันยอดเยี่ยมของเขานี่แหละที่ทำให้มีหนึ่งทีมใน NBA ที่สนใจเขานั่นก็คือทีมอย่าง Charlotte Hornets โดยเขาได้ถูกดราฟตัวเข้าไปเป็นอันดับที่ 35 ในปี 1992 แต่ทว่าเวที NBA กลับมีมาตรฐานสูงเกินไปสำหรับเขา จนทำให้เขาจำเป็นที่ต้องนั่งอยู่ข้างสนามเป็นเวลา 3 ปีเต็ม แต่นั่นมันยังไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขา เพราะในปี 1995 เขาก็ได้รับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าอย่างหนัก ซึ่งการบาดเจ็บที่ข้อเท้านี้เองที่มันได้ดับฝันความเป็นนักบาส NBA ลงในทันที
แต่ถ้าถามว่าเขายอมแพ้ต่อโชคชะตานี้หรือเปล่า คำตอบที่ได้ก็คือไม่ เพราะหลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเขา
ในปี 1996 เขาก็ได้ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับทีมที่นิวซีแลนด์ อย่าง North Harbour Vikings ซึ่งที่ทีมแห่งนี้เขาจะรับเป็นบทเป็นทั้งผู้เล่น และ โค้ช ในเวลาเดียวกัน มันจึงทำให้เขาได้ฝึกวิชาด้านโค้ชจากที่นี่ แต่ในณะเดียวกันในฐานะผู้เล่นเขาก็ยังสามารถใช้
แท็คติก รวมมาตรฐานการเล่นจาก NBA มาสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเองได้
แต่เพราะอาการบาดเจ็บที่มันยังส่งผลถึงเขาอยู่ทำให้สุดท้ายแล้ว เบนเน็ตต์ ก็ไม่อาจจะฝืนในฐานะผู้เล่นได้อีกต่อไปทำให้เขาต้องตัดสินใจรีไทร์จากการเป็นผู้เล่นด้วยวัยเพียงแค่ 27 ปี และปิดกลับบ้านเกิดที่ประเทศอเมริกา แต่ทว่าการบินกลับมายังแผ่นดินบ้านเกิดของเขาในครั้งนี้ เขาได้พกพาเอาความฝันใหม่ของเขามาด้วย นั่นก็คือ ความฝันของการเป็นโค้ช
และเมื่อเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วเมื่อเขากลับมาสู่บ้านเกิดของเขา เขาก็เริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในทันที โดยเขาได้เริ่มต้นกับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเฮดโค้ชให้กับทีมระดับลีกมหาวิทยาลัยอย่าง Wisconsin Badgers จนในที่สุดประสบการณ์ที่เขาบ่มเพาะก็ได้มาแสดงผลเมื่อปี 2009 ที่เขาได้เริ่มเข้ารับตำแหน่งเฮดโค้ชให้กับทีม Virginia Cavaliers
ซึ่งในตอนนั้นทีมอย่าง Virginia Cavaliers เป็นทีมที่ไม่ได้มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่นัก
และหลังจากที่ เบนเน็ตต์ เข้ามาเขาก็ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการพาทีมนี้เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกบาสเก็ตบอลระดับมหาวิทยาลัย หรือ NCAA
ปัจจับหลักที่ทำให้ เบนเน็ตต์ สามารถพา Virginia Cavaliers กลับมาแจ้งเกิดได้อีกครั้งนั่นหาใช่สิ่งอื่นไกลเลย เพราะว่าสิ่งที่ใช้เขาใช้นั่นก็คือ จิตวิทยา โดยเขาได้ดูแลนักกีฬาทุกคนเสมือนกับคนในครอบครัว มันเลยสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหล่าผู้เล่นเหล่านั้น นอกจากนั้นแล้วเขายังมีการทำแทคติกรูปแบบที่เรียกกันว่า แพคไลน์ ที่คุณพ่อของเขาเป็นคนคิดข้นขึ้นมาปรับใช้
แต่ทุกอย่างมันก็ใช่ว่าจะราบรื่นไปซะหหมด เพราะทุกอย่างย่อมมีวัดถดถอย โดยในปี 2018 ทีมอย่าง Virginia Cavaliers กลับต้องมาตกมาตายตั้งแต่รอบแรกทั้ง ๆ ที่ในตอนนั้นพวกเขาคือเต็ง 1 ของรายการ แต่ถึงอย่างนั้นตัวของ เบนเน็ตต์ ก็ไม่ได้โทษบรรดาเหล่าลูกทีมแต่อย่างใด ในทางกลับกันเขายังให้ลูกทีมของเขายอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้อีกด้วย
ซึ่งเพราะการยอมรับความจริง และ การตั้งหมายเอาคืนนี้เอง จึงทำให้ปีต่อมา Virginia Cavaliers
ก็พกพาความโหดมาแบบเต็มขั้น จนทำให้เขาพิชิตคู่แข่งลงไปอย่างมากมายจนในที่สุดพวกเขาก็สามารถที่จะเถลิงแชมป์ NCAA ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีมนับตั้งแต่สโมสรก่อนตั้งขึ้นในปี 1905
และแน่นอนว่าผลงานขนาดนี้มีเหรอที่จะไม่ได้รับอะไรตอบแทน โดยหลังจากผลงานนี้จบลงตัวของเบนเน็ตต์ก็ถูกเรียกเข้าพบโดยอธิการบดีของมหาวิทยาลัย University of Virginia พร้อมกับมอบข้อเสนอเป็นสัญญาฉบับใหม่ที่รวมแล้วมีมูลค่ากว่า 5.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี
แต่คำตอบที่อธิการบดีได้รับมันกลับอึ้งยิ่งกว่าจำนวนเงินมหาศาล นั่นก็เพราะว่า เบนเน็ตต์ ได้ตอบปฏิเสธเงินก้อนนั้นอย่างทันควัน โดยเขาให้เหตุผลว่าเงินที่เขาใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นมีพอสำหรับการวางแผนใช้ชีวิตของเขาแล้วและ เขาอยากที่จะให้นำเงินจำนวนนั้น ไปพัฒนาส่วนต่าง ๆ ด้านกีฬาของมหาวิทยาลัยมากกว่า
และนี่ก็คือเรื่องราวของโค้ชผู้สร้างตำนานคนดังที่รู้สึกพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว และ ต้องการจะเห็นสิ่งที่ตัวเองรักพัฒนาให้ก้าวไปได้ดีกว่าเดิม แล้วถ้าเป็นคุณละ เงินจำนวนมากขนาดนี้ กับ ความสุขที่คุณมีอยู่แล้ว คุณจะเลือกอะไร dunkswin9