สำหรับไฮไลท์ของบาสเกตบอลที่ไม่ว่าจะเป็นัดที่น่าเบื่อ หรือ นัดที่มีการผลัดกันรุก ผลัดกับรับมากขนาดไหนก็ สิ่งที่มันมักจะทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น และ ว้าว ออกมาเสมอนั่นก็คือ การดังค์
.
สำหรับการดังค์ในโลกของบาสเกตนั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแอ็คชั่นสุดเท่ ที่ถูกหยิบเอามาทำเป็นไฮไลท์เสมอ โดยเรามักจะเห็นได้จากการที่สื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ รวมถึงโลโก้ เกี่ยวกับกี่ฬาบาสมันจะใช้ท่าดังค์เป็นสัญลักษณ์อยู่เสมอ
แต่ก็ใช่ว่าการดังค์จะทำได้ง่าย ๆ เพราะด้วยห่วงที่มีความสูงอยู่ที่ 10 ฟุต หรือ 3.05 เมตร
นี้เองที่ทำให้คนรูปร่างไม่สูงใหญ่นักค่อนข้างยากที่จะกระโดดถึงมัน หนำซ้ำการเล่นภายในสนามจริงมันยังมีอุปสรรคอื่น ๆ อย่างผู้เล่นของฝั่งตรงข้ามคอยขวางอยู่อีกด้วย
แต่มันก็มีอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้ร่างของเราไปถึงห่วงได้ง่ายมากขึ้นหากเราคิดที่จะดังค์ ซึ่งกุญแจสู่ความสำเร็จนั้นก็คือ การกระโดดนนั้นเอง ซึ่งโดยปกติค่าเฉลี่ยความสูงการกระโดดของผู้ชายอย่างเรา ๆ จะอยู่ที่ประมาณ 50 เซนติเมตรจากพื้น
แต่สำหรับนักบาส NBA ที่มีการฝึกซ้อมเฉพาะด้าน และ มีการเทรนนิ่งอยู่เสมอ พวกเขาจะมีค่าเฉลี่ยของการกระโดดอยู่ที่ประมาณ 71 เซนติเมตร แต่ก็ยังมีนักกบาสอีกหลายคนที่สามารถกระโดดได้เกินค่าเฉลี่ยเหล่านั้นไปไกล
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ชายที่ สปัด เวบบ์ เพราะเขาคนนี้ถูกบันทึกเอาไว้ว่า เขาเป็นเจ้าของสถิติแชมป์สแลมดังค์ที่ตัวเตี้ยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเขาสูงเพียงแค่ 170 เซนติเมตรเท่านั้น แต่เขาคนนี้กลับสามารถโชว์ท่า รีเวิร์วสดังค์ ในการแข่งขันครั้งนั้นออกมาได้อย่างน่าประทับใจแบบสุด ๆ
ซึ่งจากการคว้าแชมป์สแลมดังค์ในครั้งนั้น ทำให้เราได้พบว่าตัวของ เวบบ์
สามารถกระโดดได้สูงถึง 117 เซนติเมตรจากพื้น และการคว้าแชมป์นั้นเองที่ได้กลายเป็นการส่งต่อกำลังใจสู่นักบาสตัวเล็กคนอื่น ๆ ที่กล้าฝึกกฝนการดังค์
แรงบันดาลใจของ สปัด เวบบ์ ถูกส่งต่อมาให้นักบาสร่างจิ๋วอีกคนหนึ่งนั่นก็คือ เนท โรบินสัน ซึ่งแม้ว่าเขาจะมีส่วนสูงกว่า เวบบ์ ก็ตามทีแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะสามารถโชว์ลีลาดังค์อันสวยงามออกมาได้ ถ้าไม่ผ่านการฝึกซ้อม
โดยตัวของ เนท นั้นได้มีการฝึกซ้อมด้านการกระโดดดังค์ให้มากขึ้น โดยผู้ที่เป็นเทรนเนอร์ของเขาได้เน้นฝึกไปที่การเพิ่มกล้าเนื้อในส่วนต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการกระโดด โดยคอร์สของ เนท จะเริ่มตั้งแต่การกระโดดขึ้นกล่องสูงกว่า 1 เมตร และ ตามด้วยการเวทข้อเท้าทั้งซ้ายและขวาเพื่อรองรับแรงกระโดด นอกจากนั้นยังมีการฝึกตีเชือก และเล่นเวทเน้นตรงกล้ามท้อง
และหลังจากที่ฝึกช่วงกล้ามทองเสร็จ เขายังต้อฝึกกระโดดด้วยปลายเท้าทั้งซ้าย และ ขวาคู่กันไปอีกด้วย
และแน่นอนว่าผลของการฝึกซ้อมนี้เองที่ทำให้เขาคนนี้กลายเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของแชมป์สแลมดังค์ เพราะว่าชายผู้ที่มีส่วนสูงเพียง 175 เซนติเมตรคนนี้ สามารถกระโดดได้สูงจากพื้นถึง 110 เซนติเมตรเลยทีเดียว
ทั้ง 2 คนที่เรากล่าวไปคือคนที่ฝึกซ้อมดังค์อย่างหนัก เพื่อที่จะให้ได้มันมาซึ่งฝีมือที่เหนือกว่าใคร แต่ทว่าก็ยังมีเหล่านัก
บาสอีกกลุ่มหนึ่งที่มีพรสรรค์ของร่างกายอยู่แล้ว ซึ่งเพื่อพรสวรรค์ มันมารวมกับพรแสวงของพวกเขามันก็ทำให้เกิดอะไรที่ดูเหนื่อขึ้นไปอีกระดับนั่นก็คือ การกระโดดที่ดูราวกับบินได้นั่นเอง ซึ่งผู้ที่สามารถทำแบบนั้นได้ก็คือ ชายผู้เป็นเจ้าของฉายา
แอร์แคนาดา หรือ วินซ์ คาร์เตอร์
โดยจุดเด่นของ วินซ์ คาร์เตอร์ ที่เป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่เล่นให้กับทีมหาวิทนาลัยอย่างนอร์ธแคโรไลน่าแล้วก็คือ การกระโดดบินเข้าไปดังค์อย่างรุนแรง แถมท่าของเขายังใช้ได้ในทุก ๆ สภาวะ ซึ่งที่เขาทำแบบนี้ได้นั่นก็เพราะว่าเขาสามารถที่จะจัดระเบียบร่างกาย รวมถึงลอยค้างในอากาศได้อย่างสวยงามนั่นเอง
ถึงแม้ว่าพลังการกระโดดดังค์ของ คาร์เตอร์ จะน้อยกว่านักบาสร่างเล็กทั้ง 2 คนก่อนหน้านี้ แต่จุดเด่นของการลอยตัวกลางอากาศ และภาพของการที่เขาสามารถลอยตัวข้ามหัวของ เฟเดอริค ไวส์ เซนเตอร์ชาวฝรั่งเศสในมหกรรมกีฬาโอลิมปิคปี 2000 ที่ซิดนีย์ ยังกลายเป็นภาพจำของใครหลาย ๆ คน จนทำให้มีหลาย ๆ คนตั้งชื่อให้กับช็อตนี้ว่า “การดังค์แห่งความตาย”
คาร์เตอร์นั้นเคยให้สัมภาษณ์ว่าวิธีกระโดดดังค์ของเขาคนนี้นั้นเป็นวิธีกระโดดที่เขาทำติดตัวมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่สามารถที่จะตอบปริศนาได้ว่าทำไมเขาถึงกระโดดได้อย่างสวยงามเช่นนี้ แต่ทว่าก็มีบรรดาเหล่ากูรูอีกหลาย ๆ คนต่างมาวิเคราะห์กันว่า เพราะการที่เขาไม่ได้เทรนหุ่นให้แน่นจนเหมือนนักเพราะกาย แต่เทรนให้มันบาลานซ์สมส่วนนี่แหละที่เป็นปัจจัยหนึ่ง
อีกหนึ่งในปัจจับที่ทำให้เขามีฝีมือการดังค์ที่ไม่ธรรมดานั่นก็คือตัวของ คาร์เตอร์
ยังฝึกซ้อมกระโดดเชือกมากเป็นพิเศษ โดยเขาจะเน้นสเต็ปของเท้าในการกระโดด และ มีการเพิ่มความเร็วในหลายต่อหลายครั้งอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วเขาจะใช้เวลาในการเทรนนิ่งการกระโดดเพียงวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่จะไปเพิ่มที่การเน้นสร้างกล้ามเนื้อ และ คลายกล้ามเนื้อทั้งก่อน และ หลังฝึกซ้อมแทน
แต่ถึงแม้ว่าตัวของคาร์เตอร์จะเป็นคนที่สามารถจัดระเบียบร่างกายได้ดีในการกระโดดดังค์แล้วก็ตาม แต่ทว่ามันก็ยังมีคนที่กระโดดได้สูงกว่าเขา และ ยังเป็นคนที่คาร์เตอร์ยึดถือเป็นต้นแบบด้วย คน ๆ ก็คือ ไมเคิล จอร์แดน ผู้เป็นเจ้าของฉายาอย่าง แอร์ จอร์แดน นั่นเอง
โดยเราต้องยอมรับกันจริง ๆ ว่ากระโดดดังค์ของ จอร์แดนในยุคนั้นเป็นอะไรที่หลาย ๆ คนต้องอ้าปากร้องว้าวกันเลยทีเดียว เพราะว่าจอร์แดนนั้นสามารถกระโดดได้สูงถึง 122 เซนติเมตรเมื่อวัดความสูงจากพื้นถึงเท้า แถมเขาคนนี้ยังสามารถลอยตัวได้นานผิดมนุษย์มนา จนทำให้หลาย ๆ คนเริ่มสงสัยว่า เพราะอะไรทำไมเขาถึงทำเช่นนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่วิทยาศาสตร์การกีฬาในช่วงยุคเฟื่องฟูของจอร์แดนยังไม่ได้ก้าวล้ำขนาดในปัจจุบันนี้
โดยในการแข่งขัน สแลมดังค์ คอนเทสต์ ทีปี 1988 ที่จอร์แดนได้แชมป์ไปนั้น
เขาสามารถลอยค้างอยู่ในอากาศได้นานถึง 0.92 วินาที ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์ก็ว่ากันว่า การที่จอร์แดนสามารถทำแบบนี้แบ่งออกเป็น 2 ทฤษฏีด้วยกนั่นก็คือ ตัวของจอร์แดนนั้นมีความสามารถในการกระโดดสูงอยู่แล้ว และ ด้วยการที่เขามีฝ่ามือที่ใหญ่ทำให้เขาสามารถถือบอลมือเดียว และ กระโดดได้ ส่วนอีกหนึ่งทฤษฎีนั่นก็คือ ตัวของไมเคิล จอร์แดน นั้นมีปอด และ กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ที่ต่างจากคนทั่วไป ซึ่งการที่มีปอดใหญ่ทำให้ตัวเขาสามารถสูดอากาศเข้าไปแบบเต็ม ๆ และในขณะเดียวกันกล้ามเนื้อท้องก็ช่วยให้เขาลอยค้างกลางอากาศได้นาน
ถึงแม้ว่าการดังค์จะเป็นอีกหนึ่งทักษะที่เท่ จนใครหลาย ๆ คนอยากจะทำได้บ้างก็ตาม แต่ทว่าทักษะนี้มันก็ไม่ใช่ทักษะเพียงอย่างเดียวในวงการกีฬา ดังนั้นหากใครกที่รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำการดังค์ได้ คุณลองเปิดมุมมองใหม่ แล้วลองหาทักษะอื่น ๆ และฝึกฝนจนชำนาญก็ได้เช่นกัน