สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการแข่งขันเกมกีฬานั่นก็คือ การเอาชนะกันนั่นเอง และบรรดาเหล่าทีมแต่ละทีมก็ล้วนแล้วแต่จะมีกลยุทธ์ และรูปแบบต่าง ๆ มากมายที่นำพามาเพื่อชัยชนะ แต่ทว่าบางทีแล้วเอาชนะก็ไม่ได้มาจากกลยุทธ์ของเกมเพียงอย่างเดียว แต่ว่าบางทีมันก็ยังมีวิธีทางอ้อมอย่างการพูด ซึ่งหนึ่งในการพูดที่ช่วยทางด้านจิตวิทยาในการแข่งขันได้ดีที่สุดคนจะหนีไม่พ้นการพูดอย่าง แทรชทอล์ค
ซึ่ง NBA ในยุค 60 และ 70 เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นการพูดจากระทบจิตใจอย่าง แทรชทอล์ค กันสักเท่าไหร่นัก โดยคำพูดนี้ได้ถูกยืนยันออกมาจาก เจอร์รี่ เวสต์ ชายผู้เป็นโลโก้แห่ง NBA มาจนถึงปัจจุบัน โดยเขาได้ยืนยันว่าในยุคนั้นเขามีการพูดข่มขวัญ
คู่ต่อสู้แต่ไม่ได้เยอะมากเหมือนกับปัจจุบัน
ดังนั้นถ้าจะให้เราพามาพูดกันจริง ๆ นั้นตัวของ แทรชทอล์ค เริ่มจะมีการถูกพูดมากขึ้นในปี 80 มาขึ้นแต่ทว่าตอนนั้นการพูดนั้นส่วนใหญ่จะมาจากอารมณ์ที่ต้องการเอาชนะ โดยในตอนนั้นเราเชื่อกันว่าผู้ที่เริ่มการพูดจากแบบนี้ขึ้นนั่นก็คือ จูเลียส เออร์วิ่ง หรือ ด็อกเตอร์ เจ จากทีม ฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส ที่ตอนนั้นได้ปะทฝีปากกับ แลร์รี่ เบิร์ด ของ บอสตัน เซลติกส์
โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 1984 ซึ่งประเด็นที่ทำให้เกิดการฟาดปากกันขึ้นนั้นก็คือ ประเด็นเชิงเหยียดทีมฝั่งตรงข้าม และ บอกว่าทีมตัวเองแจ๋วกว่านั่นเอง และแน่นอนว่าสุดท้าย แทรชทอล์ค ครั้งนั้นมันก็จบลงด้วการตะลุมบอน บีบคอ และ ลงไม้ลงมือกันจริงๆ
แต่อย่างที่เราเห็นว่าการพูด แทรชทอล์ค ในยุค 80 นั้นจะเป็นการพูดเพียงเพื่อยั่วยุ และ ใส่อารมณ์กันแบบตรง ๆ เท่านั้น จนทำให้ในปี 90 การพูดจาแบบนี้ได้เริ่มมีการผสมผสานแนวคิดเชิงขจิตวิทยาของการโน้มน้าว และ ข่มขวัญเข้าไปด้วย ซึ่งหนึ่งในพูดเล่นที่คนที่พูดจาแนวนี้ได้โหดร้ายไม่แพ้ใครก็คงหนีไม่พ้นสตาร์ที่ดังที่สุดตลอดกาลของ NBA อย่าง ไมเคิล จอร์แดน
โดยคำยืนยันว่าจอร์แดนพูดจา แทรชทอล์ค ได้โหดร้ายไม่แพ้คนอื่นนั้นออกมาจากปากของ เอ็ดดี้ โจนส์
ในสมัยที่เขาเล่นให้กับ เลเกอร์ส ซึ่งเขาได้ยืนยันว่าหลังกจาที่ จอร์แดน สามารถทำคะแนนใส่ทีมฝั่งตรงข้ามได้ เขาคนนี้จะเดินปรีเข้ามาหา ผู้เล่นฝ่ายป้องกัน พร้อมกับพูดว่า “เอาละ ไม่เป็นไรคุณผิดพลาด เรามาเริ่มกันใหม่ คุณป้องกันผมให้ได้นะ”
จอร์แดนอาจจะเป็นพวกแทรชทอล์คที่ไม่ใช่ประเภทจี้ใจดํา แต่จะเป็นประเภทยั่วคู่ต่อสู้แบบมีชั้นเชิง เขาจะอาศัยการเล่นนั้นควบคู่ไปด้วย ซึ่งต่างกับคู่กัดของเขา แกรี่ เพย์ตัน ตำนานแห่ง ซีแอตเทิล ซูเปอร์โซนิคส์ ที่ว่ากันว่าเป็นอีก หนึ่งคนที่เป็นแทรชทอล์คประเภท “พูดไม่หยุด” สไตล์การพูดระหว่างแข่งของเพย์ตันจะไม่ใช่การข่มขวัญ แต่จะเป็นการพูดมาก พูดมากเสียจนทําให้คู่ต่อสู้เกิดความรําคาญ และพูดเรื่องราวต่างๆหยิบยกเรื่องราวใกล้ตัวเข้ามาคุย จนทําให้เกิดความรําคาญ
แต่ถึงแม้ว่าในยุค 90 การแทรชทอล์คจะเป็นเพียงแค่คำพูด แต่คนที่ได้รับการยอมรับว่า
เขาคือผู้นำแห่งแทรชทอล์คตัวจริงนั่นก็คือ เดนนิส ร๊อดแมน โดยในยุคแรกที่เขาคนนี้อยู่ พิสตันส เขาอกได้รับการถ่ายทอดเรื่องทุกอย่างมาจาก ไอเซย์ โธมัส และ ริค มาฮอร์น ซีเนียร์ และเขาก็นำสิ่งนี้มาใช้ต่อที่ ชิคาโก้ บูลส์
และด้วยสไตล์การเล่นที่เป็นตัวชน และ ต้องคอยเก็บลูกจากวงในนี่แหละที่ทำให้ตัวของร๊อดแมนจำเป็นที่จะต้องพูดแทรชทอล์ค เพื่อทำให่คูต่อสู้เสียสมาธิ และ ตะบะแตก เพื่อที่จะทำให้ตัวเขาสามารถกุมสถานการณ์ตรงนั้นได้ ซึ่งคนที่มักจะโดน ร็อดแมนป่วนประสาทบ่อย ๆ ก็มีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น แชคีล โอนีล, แพทริค ยูวิง รวมถึง คาร์ล มาโลน
และหลาย ๆ คนที่ถูกร็อดแมน แทรชทอล์ค ใส่ต่างก็ลงความเห็นว่า เป็นอะไรที่โคตรน่ารำคาญมาก ๆ ซึ่งเพราะความน่ารำคาญนี่แหละที่ทำให้สุดท้ายแล้ว ร็อดแมน ก็ได้วางมวยกับ นั่นคือ อลองโซ่ มัวร์นิ่ง เซ็นเตอร์ของ ไมอามี่ ฮีต ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นนี่แหละที่กลายเป็นจุดแปลี่ยนทำให้ ชิคาโก บูลส์ผ่านเข้ารอบชิงไปได้ในท้ายที่สุด
นอกจากนั้นแล้วในยุคปัจจุบันยังมีผู้เล่น NBA อีกหลายคนที่มักจะนิยม แทรชทอล์ค กับคู่แข่งเพื่อทำให้ทีมตัวเองได้เปรียบ นอกจากนั้นแล้วบางทีพวกเขายังไม่ได้ทำเพียงแค่กับผู้เล่นกันเอง แต่ยังลุกลามไปถึงผู้ตัดสินเลยทีเดียว
โดยตัวอย่างที่เราเห็นได้บ่อย ๆ นั่นก็คือ เกร็ก โปโปวิช ของ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส หรือโค้ช ป๊อป ซึ่งเขาคนนี้นับได้ว่าเป็นโค้ชอีกที่มักจะเดินเข้าไปกดดันบรรดาเหล่าผู้ตัดสินอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ได้ผลไม่ใช่น้อย แต่ถ้าจะถามว่าผู้เล่นที่ แทรชทอล์ค ใส่กรรมการได้ดุเดือดมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นผู้เล่นอย่าง เดรมอนด์ กรีน ของ โกลเด้นสเตท วอริเออร์ส ซึ่งเขาคนนี้ค่อนข้างจะภูมิใจกับการพูด แทรชทอล์ค ของเขาเป็นอย่างมาก
ดีกรีการ แทรชทอล์ค ของกรีนนั้นถือได้ว่าไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ เรพาะเขาสามารถที่จะป่วนฝั่งตรงข้ามได้อย่างดี ถึงขนาดที่
เลอบรอน เจมส์ ยังเคยตะบะแตกกับการพูดปั่นประสาทของกรีนมาหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งครั้งที่แย่ที่สุดนั่นก็คือการโดนปั่นประสาทในการเจอกับของ วอริเออร์ส กับ คีฟแลนด์ ในปีนัดชิงปี 2017 ซึ่งเลอบรอน เจมส์ ตะบะแตกจนเกมเสียว และทำให้ในครั้งนั้นตัวของพลพรรคสะพานทองคว้าแชมป์ในปีนั้นไปได้ในที่สุด
นอกจากนั้นแล้ว กรีน ยังเคยไปทำการแทรชทอล์คใส่ผู้ตัดสินด้วยการแสดงอารมณ์ผ่านทางหน้าตา หรือ พูดจาแรง ๆ สักครั้งเพื่อยอมเสียเทคนิคัลฟาล์ว แต่ถึงแม้ว่าเขาจะทำการพูดจากวนประสาทได้ดุเด็ดเผ็ดมันส์ขนาดไหน แต่คนที่กรีนไม่เคยทำให้ตะบะแตกได้เลยสักครั้งนั่นก็คือ โคบี้ ไบรอันท์ โดยในตอนนั้นเขาพยายามที่ยั้วยุ โคบี้ อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วเขากลับรู้สึกเหมือนกับว่าพูดบ้าอยู่คนเดียว
ส่วนอีกรายที่ กรีน ไม่สามารถจะแทรชทอล์คใส่ได้เลยนั่นก็คือ ทิม ดันแคน ของสเปอร์ส ที่เขาพยายามแย่แล้ว แหย่อีกสุดท้ายมันก็ไม่มีผลเพราะตัวของ ทิม ดันแคน เงียบใส่เขาตลอด
แม้ว่าการแทรชทอล์คจะดูเหมือนการเล่นที่ดูสกปรก แต่การแข่งขันกีฬาอาชีพนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด และ ต้องคำนึงก่อนเป็นอันดับแรก ๆ นั่นก็คือชัยชนะนั่นเอง ดังนั้นมันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมการทำลายขวัญกำลังใจในทางจิตวิทยาอย่าง แทรชทอล์ค นั้นทำไมถึงยังมีอยู่ให้เราได้เห็นในปัจจุบัน