หากเราพูดถึงบาสเกตบอลแล้ว ลีกที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่ง และ กลายเป็นดินแดนแห่งความฝันของบรรดาเหล่านักบาสหลาย ๆ คนนั้นจะต้องเป็นลีกบาสเกตบอลอย่าง NBA อย่างแน่นอน แต่เพราะความแข็งแกร่งของลีกนี้เองที่ทำให้การจะเข้าไปโลดแล่นในลีกแห่งนี้มันกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย แถมอย่างที่หลาย ๆ คนรู้ว่าตัวประเทศอเมริกาเองก็ไม่ค่อยที่จะถูกกับประเทศอย่างอิหร่านสักเท่าไหร่นัก มันจึงทำให้ผู้เล่นจะประเทศอิหร่านอย่าง ฮาเหม็ด ฮัดดาดี ค่อนข้างที่จะมีปัญหากับเรื่องราวแบบนี้อยู่พอสมควรเลยทีเดียว
อย่างที่เราได้เกริ่นนำไปเมื่อข้อความด้านบนแล้วว่า ลีกอย่าง NBA นั้นเปรียบเสมือนกับความฝัน
ของเหล่าคนที่เล่นบาสทุก ๆ คน และแน่นอนว่าต่อให้เป็นประเทศดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับอเมริกาอย่างิหร่านแล้ว ลีกนี้ก็ยังเป็นลีกที่ได้รับความนิยมอยู่ดี และเจ้าเด็กน้อยที่มีชื่อว่า อาเหม็ด ฮัดดาดี ก็เป็นหมือนกับคนอื่น ๆ ที่หลงใหลในลีกนี้ โดยตัวเขาคนนี้มักจะรีบตื่นนอนมาตั้งแต่ตอน 6 โมงเช้า เพื่อมาชมการถ่ายทอดสด NBA อยู่เสมอ โดยตอนนั้นเขามีฮีโร่ขวัญใจก็คือ เหยา หมิง นั่นเอง
แต่ถึงอย่างนั้นตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ก็พอจะรู้ตัวว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดของเขาก็คงจะหนีไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่าสัญชาติ เพราะประเทศที่เขาอาศัยอยู่อย่าง อิหร่าน นั้นถูกอเมิรกาตั้งความสัมพันธ์ทางการทูตมานานตั้งแต่ปี 1980 แล้ว โดยสาเหตุดังกล่าวมันมาจากการปฏิวัติสู่การเป็นรัฐอิสลามในปี 1979 และนำมาซึ่งเหตุการณ์รุนแรงที่ชาวอิหร่านบุกสถานทูตอเมริการในกรุงเตหะราน
ถึงแม้ว่าสัญชาตินั้นจะค่อนข้างเป็นอุปสรรคสำคัญก็ตามที แต่ตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี
เองก็ไม่ยอมที่จะให้เรื่องดังกล่าวมาเป็นสิ่งขวางกั้น โดยเจ้าตัวได้เริ่มเดินหน้าเล่นกับบาสเกตบอลกับทีมอย่าง ชาฮิน อาห์วาซ ตั้งแต่อายุ 14 ปี และด้วยความสูงที่มีมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน บวกกับฝีมือ และ ทักษะของเกมการป้องกันของเขานี้เองที่ทำให้มันไปเตะตาแมวมองทีมเมืองหลวงอย่าง เปย์กาน เตหะราน เข้า และในที่สุดเขาก็ได้รับสัญญาอาชีพเป็นครั้งแรกในปี 2002 ซึ่งตอนนั้นตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี มีอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ได้เล่นให้กับทีมอื่น ๆ อย่าง อัล นาสเซอร์ ทีมในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมไปถึงทีมอย่าง ซานาม เตหะราน ในช่วงปี 2003 และ 2004 ตามลำดับ ก่อนที่สุดท้ายแล้วเขาจะกลับมาซบอกทีมเดิมอย่าง เปย์กาน เตหะราน
หลังจากที่ตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกอาชีพมาสักระยะหนึ่ง เขาก็เริ่มรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น จนทำให้ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะเข้าสู่การดราฟท์ของ NBA ในปี 2004 แต่สุดท้ายแล้วชื่อของเขาคนนี้ก็ไม่มีทีมไหนจาก NBA เลือก จนทำให้ในที่สุดเขาก็ต้องกลับมาโฟกัสเพื่อทำงานกับต้นสังกัดเดิมให้ดีที่สุด และความพยายามนี้นี่เองที่ส่งผลให้ตัวของเขามีรายชื่อติดทีมชาติเป็นครั้งแรกในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียตะวันตกปี 2004 ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์รายการดังกล่าว ก่อนที่จะคว้าเหรียญทองแดงในศึกเอเชี่ยนเกมในปี 2006 และตามมาด้วยการคว้าแชมป์เอเชียปี 2007
หลังจากนั้นตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ที่ทำผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ได้รับข้อเสนอจากทีมดังแห่งเซอร์เบีย อย่าง ปาร์ติซาน เบลเกรด เพื่อให้เขาข้ามไปเล่นในลีกยุโรป แต่สุดท้ายตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ก็ปฏิเสธไปก่อนที่จะย้ายสังกัดไปอยู่กับทีมอย่าง ซาปา แบตเตอรี่ เตหะราน หนึ่งในทีมดังของลีกบ้านเกิด และที่แห่งนั้นนี่เองที่ทำให้เขาคว้าแชมป์สโมสรเอเชียได้สำเร็จ
ซึ่งการปฏิเสธไม่ยอมไปเล่นให้กับสโมรในลีกยุโรปนั้นมันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมันของ อาเหม็ด ฮัดดาดี
ในการที่จะเข้าไปสู่ลีกอย่าง NBA เป็นอย่างมาก จนในที่สุดช่วงเวลาที่เขาทุ่มเทให้กับทีมต้นสังกัดมันก็เริ่มส่งผล เพราะว่ามีทีมใน NBA หลาย ๆ ทีมต่างเริ่มสนใจในตัวเขา และเริ่มมีสัญญาหลายฉบับส่งมาให้เขาพิจารณา
แต่ในระหว่างที่อาเหม็ด ฮัดดาดียังไม่ได้เลือกลงเอยกับทีมไหน ผลงานของเขาก็ยิ่งกลายเป็นที่ประจักษ์มากขึ้นในการลงแข่งกีฬาโอลิมปิกปี 2008 โดยเขานั้นสามารถทำสถิต ดับเบิ้ล ดับเบิ้ล ด้วยการทำคนเดียวไป 16.6 คะแนน และ ทำไป 11.2 รีบาวน์ต่อเกม แถมไฮไลท์สำคัญในโอลิมปิกครั้งนั้นคือ การที่เขาทำคนเดียวไป 21 คะแนนใส่อาร์เจนติน่า
แต่ทว่าหลังจบศึกโอลิมปิกลง กลับกลายเป็นว่าความฝันของ อาเหม็ด ฮัดดาดี กับต้องหยุดชะงักลงซะอย่างนั้น เนื่อจากทางลีกได้ส่งหนังสือแจ้งทุกทีมว่า พวกเขาไม่อนุญาตให้ทีมใดก็ตามเจรจากับ อาเหม็ด ฮัดดา เว้นแต่ว่าทางรัฐบาลการของอเมริการจะอนุญาติก่อนเท่านั้น
เมื่อมาถึงแบบนี้หลาย ๆ คนก็ถึงกับงงเลยว่า เพราะอะไร ทำไมรัฐบาลกลางถึงได้มามีเอี่ยวกับดีลของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ได้
ซึ่งคำตอบนั้นมันก็อยู่ที่ต้นเรื่องซึ่งเรากล่าวเอาไว้แล้ว นั่นก็คือ ตัวของประเทศอเมริกานั้นคว่ำบาตรห้ามบุคคล หรือ หน่วยงานทางธุรกิจของสหรัฐติดต่อ หรือทำการค้ากับประเทศอิหร่านโดยเด็ดขาด แต่ทว่าหลังจากที่ข่าวนนี้แพร่สะพัดออกไป ทางรัฐบาลอเมริกาก็ได้ต้องเปลี่ยนใจ โดยพวกเขาได้แจ้งกับทาง NBA ว่า เขาอนุญาตให้ทีมต่าง ๆ ใน NBA เจรจากับตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ได้เป็นกรณีพิเศษ แต่ถึงแบบนั้นทางรัฐบาลก็ไม่ได้แจ้งเหตุผลออกมาอยู่ดีว่า เพราะอะไรพวกเขาถึงยอมยกเว้นให้ในกรณีนี้
และทันทีที่ NBA ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาล ทีมที่รุกหนักและเดินหน้าเข้าไปเจรจาในทันทีนั่นก็คือ ทีมอย่าง เมมฟิส กริซลี่ย์ส
ในที่สุดตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ก็ได้เติมเต็มความฝันของเขาเสียที แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำผลงานได้ดีตั้งแต่ก้าวเข้ามาสู่สังเวียนบาสเกตบอลที่ดีที่สุดอย่าง NBA เพราะว่าในปีแลกนั้นตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ถูกส่งไปใหห้ทีม ดาโกต้า วิซาร์ดส์ ทีมในดีลีก ใช้งานอยู่พักหนึ่งเพื่อที่จะบ่นเพาะความสามารถ และ สไตล์ของเขาให้เหมาะกับแผ่นดินอเมริกา และหลังจากที่เขาถูกบ่มเพาะจนได้ที หลังจากนั้นตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ที่ได้กลับมาเล่นให้กับ กริซลี่ย์ส ก็ไม่เคยถูกส่งกลับไปสู่ดีลีกอีกเลย
หนำซ้ำตัวของ อาเหม็ด ฮัดดาดี ยังค่อย ๆ กลายเป็นขวัญใจของบรรดาเหล่าแฟนบาสที่แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาลงสู่สนามเขาคนนี้ก็มักจะมีผลงานสุดประทับใจมาฝากแฟน ๆ ที่นั่งชมอยู่ได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น การลงไปทำ 10 คะแนน 8 รีบาวน์ และ 1 บล็อก ด้วยเวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที ซึ่งผลงานนี้นี่เองที่ทำให้ กริซลี่ย์ส สามารถเอาชนะยอดทีมอย่าง โกลเด้นสเตท วอร์ริเออร์ส ไปได้ แถมเขาคนนี้นี่แหละที่ยังเป็นคนช่วยให้ กริซลี่ย์ส สามารถเข้าไปลุ้นในรอบเพลย์ออฟได้ถึง 2 ปีติด dunkswin9
เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> สล็อตแตกง่าย ได้เงินจริง