หากพูดถึงเรื่องราวของการ์ตูนบาสที่ถือได้ว่าฮิต และ ดูซีเรียสจริงจังมากที่สุด จนทำให้ไม่ว่าจะเป็นผู้อ่านหน้าเก่า หรือ หน้าใหม่อ่านแล้วรู้สึกเกิดความประทับใจจนอยากที่จะออกไปเล่นกีฬาบาสเกตบอลแล้วละก็ เราเชื่อเลยว่าหนึ่งในรายชื่อของการ์ตูนที่จะต้องถูกหยิบเอามาพูดถึงกันเป็นประจำนั่นก็คือ การ์ตูนที่มีชื่อว่า สแลมดังค์ โดยตัวเอกของการ์ตูนเรื่องนี้นั่นก็คือ ชายที่ชื่อว่า ซากุระงิ ฮานามิจิ ซึ่งเจ้าตัวการ์ตูนตัวนี้นี่แหละ ที่มันได้ไปมีลักษณะนิสัยคล้ายกันบาสคนหนึ่งในโลกกแห่งความจริง โดยเขาคนนั้นก็คือชายที่ชื่อว่า เจอาร์ ซากุระงิ
โดยจริง ๆ แล้วชื่อ เจอาร์ ซากุระงิ นั้นไม่ใช่ชื่อเริ่มแรกของตัวเขา
เพราะว่าแท้จริงแล้วเขาคนนี้มีชื่อว่า เจอาร์ เฮนเดอร์สัน โดยตัวของเขานั้นเติบโตมาในครอบครัวนักกีฬา โดยพ่อของเขานั้นเป็นถึงอดีตนักบาส และ โค้ชของทีมโรงเรียน จึงทำให้ตัวของเขาไม่อาจจะหลีกหนีชะตากรรมการเล่นบาสไปได้ เพราะคุณพ่อของเขาได้เทรน์ทั้ง การกระโดด , วิ่ง , ยิง รวมถึง รีบาวด์ ให้เขาอย่างหนัก และเพราะการฝึกนี้เองที่ทำให้เขาค่อย ๆ มีส่วนสูงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมีความสูงถึง 203 เซนติเมตร และเพราะฝีมือระดับเทพนี้เองที่ทำให้หลาย ๆ คนต่างตั้งฉายาเขาในตอนนั้นว่า เบบี้ เมจิก หรือแปลเป็นไทยว่า เด็กมหัศจรรย์
และเมื่อเจ้าหนู เจอาร์ ซากุระงิ หรือตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า เจอาร์ เฮนเดอร์สัน โตขึ้นเขาก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมมหาวิทยาลัยที่มีกีฬาบาสเป็นจุดเด่นอย่าง UCLA บรูอินส์ และเขาคนนี้นี่แหละที่ได้กลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นคนสำคัญที่ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ระดับประเทศในปี 1995
และแน่นอนว่าเมื่อทำผลงานในระดับมหาวิทยาลัยได้โดนเด่นแล้วละก็ มันจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ เจอาร์ ซากุระงิ จะเริ่มได้รับการจับจ้อง และคาดหมายว่าอีกไม่นานเขาคนนี้กลายมาเป็นอีกหนึ่งสตาร์ของวงการบาส NBA แต่ถึงแบบนั้นก็ตามตัวของเขาก็ยังได้ยินข่าวลือแว่ว ๆ มาว่าในปีนั้นอาจจะยังไม่ถึงคราวของเขาคนนี้
และเมื่อวันดราฟต์ในปี 1998 เดินทางมาถึง ด้วยความเห่อลูกชายของครอบครัว พ่อ และ แม่ของเขาก็ได้ชวนบรรดาเหล่าเพื่อนบ้านมานั่งล้อมวงรอบทีวีเพื่อที่จะฟังประกาศชื่อของ เจอาร์ ซากุระงิ คนนี้ แต่ในขณะที่พ่อ แม่ และ เพื่อนบ้านต่างตื่นเต้น ทางเจ้าตัวเองกลับนอนเงียบ ๆ เพียงลำพังอยู่ในห้องนอนของตัวเอง
ซึ่งในปีนั้นตัวผู้เล่นที่ถูกดราฟต์เป็นอันดับที่ 1 นั่งก็คือชายผู้มีความสูงถึง 7 ฟุตอย่าง ไมเคิ่ล โอโลโวคันดี้ และผู้เล่นเจ้าของฉายาอย่าง แอร์ แคนดา วินซ์ คาร์เตอร์ ก็ถูกดราฟต์มาเป็นอันดับที่ 5 ก่อนที่จะผู้เล่นต่างชาติในตำนานอย่าง เดิร์ก โนวิตซ์กี้ จะถูกดราฟต์เข้ามาเป็นอันดับที่ 10 ซึ่งบรรดาเหล่าเพื่อนบ้านเองก็นั่งลุ้นอยู่นานจนมาถึงดราฟต์ 2 รอบสุดท้าย และในที่สุดชื่อของ
เจอาร์ ซากุระงิ คนนนี้ก็ถูกประกาศขึ้น โดยทีมที่เลือกเขาไปนั่นก็คือ ทีมอย่าง แวนคูเวอร์ กริซลี่ย์ส
ทำเอาครอบครัว และ เพื่อนบ้านต่างเฮกันลั่น จนทำให้ตัวของ เจอาร์ ซากุระงิ ต้องลงมาจากห้องนอนเพื่อนร่วมดีใจกับครอบครัว
แม้ว่าตัวของ เจอาร์ ซากุระงิ คนนี้จะสามารถเดินทางเข้าสู่เวทีที่เขาใฝ่ฝันมานานอย่าง NBA ได้สำเร็จ
แต่อย่างที่หลาย ๆ คนน่าจะทราบดีว่า การเข้าสู่ลีก NBA ว่ายากแล้ว แต่การเล่นในลีกนั้นยากยิ่งกว่า และตัวของ เจอาร์ ซากุระงิ เองก็คือคนหนึ่งที่รับรู้ได้ถึงความจริงอันโหดร้ายอันนี้ ซึ่งหลังจากที่เขาได้มาโลดเล่นในเวทีอย่าง NBA ตัวของ เจอาร์ ซากุระงิ เองก็ถูกจับโยกไปเล่นในหลาย ๆ ตำแหน่งจนทำให้เขารู้สึกรวมไปหมด หนำซ้ำเขายังไม่สามารถที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงจากใครได้ทีมได้เลย
และเพราะฟอร์มที่ไม่น่าประทับใจเอาซะเลยของ เจอาร์ ซากุระงิ นี่แหละที่สุดท้ายแล้วเขาก็ถูกเขี่ยพ้นทีมไปในที่สุด ซึ่งสาเหตุนี้นี่เองที่มันได้สร้างความเครียดให้กับตัวเขา เพราะว่าเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันต่างก็เริ่มฉายแววดังกับ NBA ในขณะที่ตัวเขาต้องกลายเป็นนักบาสพเนจรที่ไปเล่นลีกต่าง ๆ ในยุโรปอย่าง ฝรั่งเศส, เวเนซูเอล่า และ ฟิลิปปินส์
แม้ว่าในลีกต่าง ๆ ที่ตัวของ เจอาร์ ซากุระงิ เดินทางไปนั้นเขาจะกวาดแชมป์ รวมถึงรางวัลอย่างผู้เล่น MVP มาอย่างง่ายดายก็ตาม มันก็ไม่อาจที่จะเติมเต็มความกระหายของเขาได้เลย จนกระทั่งวันหนึ่งตัวของเขาก็ได้รับสัญญาจากทีมบาสในประเทศญี่ปุ่นอย่างทีม ไอซิน ซีฮอร์ส หรือในปัจจุบันก็คือ ทีมอย่าง ซีฮอร์ส มิคามิ
แม้ว่าตัวของ เจอาร์ ซากุระงิ จะไม่ได้รู้อะไรเลยเกี่ยวกับทีมนี้เพราะว่าทีมนี้แม่แต่ในหมู่คนญี่ปุ่น
เองก็ไม่ใช่ที่นิยม แต่มันกลับกลายเป็นว่าทีมนี้นี่แหละที่ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการเล่นบาสของเขา โดยโค้ชอย่าง คิมิคาซึ ซูซูกิ ที่กุมบังเหียนอยู่ตอนนั้นได้กลายเป็นผู้จุดประกาศให้ตัวของ เจอาร์ ซากุระงิ ระเบิดฟอร์มอันสุดยอดออกมาอีกครั้ง และเพราะการรีดฟอร์มอันสะเด็ด สะแด่วนี้เองที่ส่งผลให้ตัวของโค้ชอย่าง คิมิคาซึ ซูซูกิ ถูกดันขึ้นให้กลายเป็นโค้ชทีมบาสเกตบอลชายของญี่ปุ่นไปเลยทีเดียว
และหลังจากผู้ปลุกปั้นเขาอย่าง คิมิคาซึ ซูซูกิ ได้ขึ้นเป็นโค้ชทีมชาติญี่ปุ่นแล้วตัวของ ซูซูกิ เองก็อยากที่จะได้ผู้เล่นที่เขาช่วยคืนชีพมากับมือติดสอยห้อยตามมาเล่นในทีมชาติด้วย มันจึงทำให้เกิดข้อเสนอสุดบ้าขึ้นนั่นก็คือ ตัวของ ซูซูกิ นั้นเดินทางไปถึงบ้านของ เจอาร์ ซากุระงิ และได้ขอร้องให้ตัวของชายที่ตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า เจอาร์ เฮนเดอร์สัน ทำการย้ายสัญชาติมาเป็นชาวญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าการจะโอนย้ายสัญชาติของชาวต่างชาติมาเป็นคนญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย
แต่ถึงมันจะไม่ง่ายแต่สุดท้ายตัวของ เจอาร์ ซากุระงิ ก็ตัดสินใจที่จะลองพยายามดูสักครั้ง โดยเขาทั้งเรียนรู้ทั้งการพูด อ่าน เขียน ภาษาญี่ปุ่น และหลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อจาก เจอาร์ เฮนเดอร์สัน มาเป็นชื่อ เจอาร์ ซากุระงิ โดยที่เขาตัดสินใจเลือกชื่อนี้นั้นก็มาจาก เขารู้สึกว่าชื่อ ซากุระงิ ที่แปลว่าต้นซากุระนั้นมันเปรียบเสมือนกับวัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุ่น แถมมันยังเป็นชื่อของพระเอกการ์ตูนชื่อดังอย่าง สแลมดังค์ อีกด้วย และด้วยความพยายามอย่างหนักของเขานี้เองนี่แหละ ที่ทำให้ในที่สุด เขาคนนี้ก็ได้กลายเป็นพลเมืองของประเทศญี่ปุ่นสมใจ ด้วยการรับรองในปี 2007 และอีก 1 ปีต่อมาเขาก็ได้พาทีมชาติญี่ปุ่นเข้าสู่การเล่นโอลิมปิกในปี 2008 dunkswin9
เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> บาคาร่าออนไลน์