หากจะพูดถึงทัวร์นาเมนต์กีฬาที่เป็นที่จับตามองมากที่สุดของมนุษย์ชาติแล้วละก็เราก็คงจะนึกถึงกีฬาอะไรอย่างอื่นเป็นไม่ได้นอกจาก กีฬาอย่างโอลิมปิก และหนึ่งในผู้เล่นที่สามารถโชว์ฟอร์มในโอลิมปิกได้อย่างโดดเด่นแบบสุด ๆ จนทำให้คนทั้งชาติอาเจนตินาต้องหลงรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นั่นก็คือ ชายที่มีชื่อว่า มานู จิโนบิลี
โดยตอนที่ มานู จิโนบิลี มีอายุ 5 ขวบ เขาคนนี้ก็ได้เริ่มคอร์สฝึกสุดแปลกด้วยการสวมแว่นตาพิเศษ
ที่มีการติดกรอบแว่นเข้าไปอีกอันซึ่งกรอบอีกชั้นนั้นจะมีลักษณะขนานกับพื้น มันจึงทำให้ตัวของ มานู นั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ว่าลูกบอลที่เลี้ยงอยู่จะไปทิศทางไหน แถมนอกจากนั้นเขายังต้องสวมถุงมือพิเศษที่มือส่วนฝ่ามือหนาแบบสุด ๆ จนทำให้เขาไม่อาจจะรับรู้ประสาทสัมผัสได้ ทางเดียวที่เขาจะรับรู้ความรู้สึกนั้นได้ก็คือ การใช้ปลายนิ้วสัมผัสลูกบาสเป็นหลัก
ซึ่งเพราะการฝึกที่เหมือนกับหนังการ์ตูนนี้เองที่มันได้ส่งผลให้สไตล์การเลี้ยงบอลของ มานู จิโนบิลี นั้นคล่องแคล่วราวกับอสรพิษ แต่ถึงแบบนั้นเองเขาก็ยังอุปสรรคที่ต้องเผชิญ นั่นก็คือ อุปสรรคทางด้านรูปร่างนั่นเอง แต่ถึงแบบนั้นเพชรแท้ก็ยังเป็นเพชรแท้วันยันค่ำ เพราะว่าพัฒนาการของเขาในวัยเด็กค่อย ๆ ก้าวกระโดดขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เพียงไม่นานเขาก็กลายเป็นที่สนใจและได้เลือกให้ไปติดทีมชาติอาร์เจนติน่ารุ่นไม่เกิน 22 ปี ทั้งที่ตอนนั้นเจ้าตัวมีอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้นเอง
หลังจากนั้น 2 ปีตัวของ มานู จิโนบิลี ก็ได้ย้ายไปเล่นในลีกของประเทศอิตาลี
ซึ่งแม้ว่าเขาคนนี้จะต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับลีกยุโรปพักใหญ่ แต่สุดท้ายแล้วเจ้าตัวก็มีดีพอที่จะทำให้มีรายชื่ออยู่ในการดราฟต์ของ NBA ในปี 1999 และทีมที่เลือกเขาไปเล่นด้วยนั่นก็คือ ทีมอย่าง ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส โดยเราได้ถูกดราฟต์เข้าไปเป็นอันดับที่ 57 แต่เขาจะได้รับการเลือกจากสเปอร์สไปแล้วก็ตาม เขาก็ยังยืนยันที่จะขอเล่นในลีกยุโรปต่อไปก่อนเพื่อที่จะสะสมประสบการณ์
และหลังจากที่ มานู จิโนบิลี สะสมประสบการณ์ด้วยการเป็นแชมป์ยูโรลีกซึ่งเป็นศึกบาสรายการใหญ่ที่สุดในยุโรปปี 2001 เขาก็ได้กลับมาเริ่มต้นกับทีมอย่าง สเปอร์ส แต่ทว่าถึงเขาจะมีดีกรีแชมป์ยุโรปติดตัวมาด้วย มันก็ไม่ง่ายเลยกับการปรับตัวที่สโมสรแห่งนี้ จนทำให้เขาคนนี้ถูกจับนั่งสำรองมองเพื่อนเล่นอยู่ข้างสนามบ่อยครั้ง
ซึ่งแน่นอนว่าการไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้สักทีนี่แหละที่ให้ โค้ชป๊อป แห่งสเปอร์นั้นปวดหัวอยู่เป็นประจำ
เพราะเขามักจะทำสิ่งที่ไม่จำเป็นหลาย ๆ อย่างอยู่ในสนามจนทำให้สุดท้ายแล้วทั้งตัวของ มานู จิโนบิลี และ โค้ชป๊อป ก็ต้องทำความเข้าใจกันใหม่
ซึ่งหลังจากการตกลงในครั้งนั้นตัวของ มานู จิโนบิลี ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด และ เขาก็เริ่มได้รับโอกาสลงสนามบ่อยขึ้นจนในที่สุดเขาก็กลายเป็นกำลังหลัก และ มีส่วนช่วยในการพา ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส คว้าแชมป์ได้สำเร็จตั้งแต่ฤดูกาลแรกใน NBA แถมเขาคนนี้ยังสามารถคว้าแชมป์กับสเปอร์สได้อีกถึง 3 ครั้ง
แต่ทว่าประเด็นหลักมันกลับไม่ใช่ตรงนั้นเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วตัวของ มานู จิโนบิลี มักจะทำผลงานได้ดีเวลาที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาจากนั่งสำรองเท่านั้น มันเลยทำให้เรื่องนี้ถูกพูดกันอย่างกว้างขวางว่า แท้จริงแล้วตัวของเขาคนนี้มันควรเริ่มสตาร์ที่ตรงไหนของสนามกันแน่
ซึ่งสุดท้ายแล้ว โค้ชป๊อปแห่งสเปอร์ส ก็ต้องทำการพูดคุยกับตัวของ มานู จิโนบิลี
ว่าเขาจะมีความสุขแบบไหนมากกว่ากัน ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบกลับเพียงแค่การพนักหน้าก่อนที่จะเดินออกจากประชุมไปเงียบ ๆ ซึ่งการกระทำนี้ของเขาทำให้สุดท้ายแล้วเขาก็ได้เริ่มต้นจากการเป็นตัวสำรองข้างสนาม แต่ถึงแบบนั้นด้วยการที่ผลงานของเขาคงเส้น คงวาไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทำให้เขาคนนี้ได้รับรางวัลอย่าง Sixth Man of the Year หรือรางวัลผู้เล่นสำรองยอดเยี่ยมในปี 2008 อีกด้วย
และด้วยผลงานที่ดีวัน ดีคืนของ มานู จิโนบิลี นี่แหละที่มันได้ทำให้เขาถูกเรียกไปรับใช้ทีมชาติอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งชื่อเสียงของเขาคนนี้ก็กลายเป็นที่ประจักษ์ในปี 2002 ที่ศึกบาสเกตบอลชิงแชมป์โลก เพราะว่าทีมชาติอาร์เจนติน่าองเขา สามารถพลิก
ล็อกโค่นอเมริกาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเบอร์ 1 แห่งวงการบาสโลกลงไปได้ตั้งแต่รอบที่ 2 ก่อนที่พวกเขาจะตะลุยฝ่าทีมต่าง ๆ จนในที่สุดพวกเขาก็ได้แชมป์ในรายการนี้มาครอง
แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ให้กับตัวเขาแล้วก็ตาม แต่ทว่า‘ยุคทองแห่งบาสเกตบอลอาร์เจนติน่า
มันเพิ่งเริ่มต้น เพราะในโอลมิปิก ปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ แม้ว่าทีมที่ มานู จิโนบิลี อยู่อย่าอาร์เจนตินาจะทำผลงานกระท่อน กระท่อนในตอนเริ่มต้น แต่ว่าพวกพวกเขาผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ได้ พวกเขาก็สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้งจนทะลุมาถึงรอบรองชนะเลิศ และคู่แข่งที่พวกเขาต้องเจอนั่นก็คือ มหาอำนาจแห่งวงการบาสอย่าง อเมริกา
แม้ว่าอาร์เจนติน่าของ มานู จิโนบิลี จะต้องเจอกับทีมมหาโหด แต่กลับกลายเป็นว่าเป็นทางฝั่งของอาร์เจนติน่าที่ทำได้ดีกว่าอเมริกาอยู่มาก โดยเฉพาะตัวของ มานู จิโนบิลี ที่บอกเลยว่าขอแค่มีโอกาสได้จับลูกยิง ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเขาก็ยิงลง โดยในเกมนั้นเขาสามารถทำคะแนนสูงสูงไปได้ถึง 29 คะแนนเลยทีเดียว ซึ่งผลการแข่งขันนัดนั้นก็จบลงด้วยการคว้าชัยของ
อาร์เจนตินาและหลังจากนั้นพวกเขาก็เข้าไปพบกับคู่ชิงอย่างอิตาลี และพวกเขาก็สามารถโค่นอิตาลีลงได้สำเร็จ
ด้วยคะแนนแบบขาดลอยนั่นก็คือ 84 ต่อ 69 โดนเกมนั้นตัวของ มานู จิโนบิลี ทำไปถึง 6 แอสซิสต์ และยังคว้ารางวัลผู้เล่น MVP ของโอลิมปิกที่เอเธนส์ไปอีกด้วย และการคว้าแชมป์ในครั้งนีส่งผลให้ อาร์เจนติน่า กลายเป็นชาติแรกที่ไม่ใช่อเมริกที่สามารถคว่าเหรียญทองได้นับตั้งแต่ปี 1988
แต่ทว่าความสำเร็จของ มานู จิโนบิลี ยังไม่หมดเท่านั้นเพราะว่าอีก 4 ปี ถัดมาในโอลิมปิกปี 2008 เขาก็ได้ทำพาทีมชาติบุกตะลุยสู่เส้นทางลุ้นเหรียญทองอีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้มันกลับน่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วพวกเขาทำได้เพียงแค่คว้าเหรียญทองแดงกลับมา แต่ถึงแบบนั้นเขาคนนี้นี่แหละที่ได้กลายเป็นคนเปิดประตูสู่เวทีระดับโลกของบาสอาชีพอย่าง NBA ให้กับเหล่านักบาสชาวอาร์เจนติน่าอีกมากมาย dunkswin9
เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> น้ำเต้าปูปลา