เรื่องของโรคภัย นั้นถือได้ว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ไม่อาจจะหลีกหนีมันได้พ้น แถมโรคภัยเหล่านี้มันก็ไม่เลือกด้วยว่ามันจะเกิดขึ้นกับคนรวย คนจน หญิง หรือ ชาย ซึ่งความรุนแรงของแต่ละคนที่ต้องเผชิญก็แตกต่างกันไป และหนึ่งในโรคที่เกี่ยวกับอาการทางประสาทที่มักจะทำร้ายใจบรรดาเหล่าผู้ปกครองอยู่เสมอนั่นก็คือโรคอย่าง ออทิสติก แต่ถึงมันจะดูร้ายแรง และ สิ้นหวังขนาดไหน แต่มันก็ใช้ไม่ได้ผลกับชายคนนี้ ชายที่ชื่อว่า แอนโธนี่ ยานนี่
แอนโธนี่ ยานนี่ เกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างจะมีความพร้อม เพราะว่าพ่อของเขาเป็นถึงรองผู้อำนวยการด้านกีฬา
ที่รัฐมิชิแกน โดยหน้าที่หลัก ๆ ของพ่อของเขานั่นก็คือการจัดทัวร์นาเมนต์บาสเกตบอลระดับมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอมเริกาอย่าง NCAA ที่เป็นเวทีแจ้งเกิดให้เหล่านักบาสในตำนานของ NBA หลาย ๆ คน
และด้วยความที่เป็นคนที่มีหน้ามีตาในสังคม พวกเขาก็คาดหวังว่าลูกชายหัวแก้ว หัวแหวนของเขาอย่าง แอนโธนี่ ยานนี่ จะต้องมีอนาคตอันสดใส แต่ทว่า 2 สามีก็เริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่างตั้งแต่ลูกชายคนนี้อายุ 1 ขวบ เพราะว่าตัวของ ยานนี่ ไม่ยอมพูดออกมาสักคำเดียวในวัยที่เริ่มพูด และที่สำคัญคือเขาไม่ยอมสบตาเพื่อพูดคุย หรือ ตอนเวลามีคนคุยด้วย
ด้วยความเป็นห่วง 2 สามีภรรยาจึงพา แอนโธนี่ ยานนี่ เข้าไปรับการรักษา และ วินิจฉัยจากแพทย์
และในที่สุดพวกเขาก็ได้ทราบว่า ลูกชายคนนี้ของเขาอยู่ในข่ายของโรคออทิสติก และฝ่ายังมาฟาดลงกลายใจของผู้เป็นพ่อแม่อีกว่า ลูกชายของเขาคนนี้ไม่มีศักยภาพพอที่จะได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
แต่ถึงมันจะเป็นข่าวร้ายขนาดไหนก็ตาม แต่ด้วยการที่คุณพ่อของเขาทำงานกับบรรดาเหล่าวัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัยมาเกือบตลอดชีวิตและเขาก็ได้เห็นสิ่งบรรดาเหล่าวัยรุ่นมักจะสร้างปาฏิหารย์มาได้นับไม่ถ้วน เขาจึงมั่นใจว่า แอนโธนี่ ยานนี่ ลูกชายของเขาจะต้องสร้างปาฏิหารย์ได้อย่างแน่นอน
แต่แน่นอนว่าปาฏิหาริย์มันไม่ได้มาง่าย ๆ ขนาดนั้นหรอก โดยเรามักจะเห็นตามหนังละคร หรือ ทีวี
ว่าเด็กชายที่มีอาการออทิสติกนั้น มักจะถูกเพื่อน ๆ ร่วชั้นรังแก ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องโม้ หรือ แค่การแสดงแต่อย่างใด แต่มันคือเรื่องจริง จึงทำให้มีหลาย ๆ ครอบครับที่มีลูกเป็นออทิสติกเลือกที่จะให้ลูกของตัวเองเรียนที่บ้านมากกว่าการไปโรงเรียน แต่สำหรับครอบครัวของ แอนโธนี่ ยานนี่ พวกเขาไม่ได้เลือกแบบนั้น เพราะเขาต้องการให้ลูกชายของเขาเหมือนกับคนปกติ
และเมื่อทางครอบครัวของ แอนโธนี่ ยานนี่ ตัดสินใจให้เขาเข้าสู่รั้วโรงเรียน มันจึงทำให้ตัวของ ยานนี่ ต้องเจอกับสิ่งที่มีเหมือนในละครทีวี เพราะความที่เขาพูดจาติด ๆ ขัด ๆ นี้เองมันเลยกลายทำให้เขาเป็นเป้ารังแกของเพื่อน ๆ แต่ถึงแบบนั้นร่างกายของเขาก็มีพัฒนาการอันรวดเร็ว เพราะว่าเขาค่อย ๆ สูงขึ้นจึงมีความสูงถึง 6 ฟุต และ กลายเป็นนักเรียนตัวใหญ่ที่สุดในชั้นเรียน แต่ทว่าความตัวโตนี้เองที่ทำให้เขาโดนล้อจากทุกคนว่าเป็น ไอ้ยักษ์เขียว แต่ถึงแบบนั้นพ่อแม่ของเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาการกลั่นแกล้งนี้ และ ยังสู้ไปกับลูกชายของพวกเขา เช่นเดียวกับที่ลูกชายก็ไม่ยอมแพ้
แต่ถึง แอนโธนี่ ยานนี่ จะพยายามอย่างเต็มที่ขนาดไหนก็ตามเขาคนนี้ก็ยังมมีเพื่อนน้อยอยู่ดี
แต่ถึงแบบนั้นความสูงของเขาคนนี้ก็ดันเตะตาโรงเรียนจนทำให้ เขาคนนี้ได้เข้ามาอยู่ทีมบาสเกตบอลโรงเรียน เพราะบรรดาเหล่าอาจารย์ก็เชื่อว่า การให้ ยานนี่ เข้ามาสู่ทีมบาส เขาจะต้องเจอกับมุมมองในแง่บวกอะไรสักอย่างแน่นอน
และแน่นอนว่าเมื่อเขาได้เล่นกีฬาอย่าบาสเกตบอลแล้วเขาย่อมมีไอดอล ซึ่งไอดอลของเขาในตอนนั้นก็คือ ไมเคิล จอร์แดน และ อัลเลน ไอเวอร์สัน ซึ่งแม้ว่าจะมีทั้ง 2 คนเป็นไอดอล แต่ทว่าตัวของ แอนโธนี่ ยานนี่ ก็ไม่สามารถที่จะเล่นตามสไตล์ของทั้ง 2 คนนี้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นมันจึงทำให้เขาจำเป็นที่จะต้องหาสไตล์การเล่นเป็นของตัวเอง
ซึ่งสไตล์การเล่นเองก็ไม่ใช่อะไรที่จะทำกันได้ง่าย ๆ ดังนั้นตัวของ แอนโธนี่ ยานนี่ จึงสร้างสรรค์สไตล์การเล่นของเขาด้วยการทำตามที่โค้ชสั่งทุกอย่าง ชนิดที่ว่าแทคติกของโค้ชสั่งออกมาเป็นอย่างไร เขาคนนี้ก็จะทำตามสั่งแบบไม่มีบิดพริ้วเลย ซึ่งแน่นอนว่าบรรดาเหล่าผู้เล่นวัยรุ่นน้อยคนนักที่จะสามารถเล่นตามแท็กติกได้ดีเท่าเขาคนนี้ มันจึงทำให้ แอนโธนี่ ยานนี่ กลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญของทีมอยู่เสมอ
ด้วยความโดดเด่นที่ทำตามแท็คติกได้ไม่มีผิดเพี้ยนี้เองที่ในที่สุดตัวของ แอนโธนี่ ยานนี่
ก็ลบคำพูดของหมอที่บอกว่าเขาจะไม่สามารถเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไปได้ เพราะตัวของเขาคนนี้ได้รับทุกการศึกษาโควตานักกีฬาจากมหาวทิยาลัยอย่าง
แกรนด์วัลเลย์ สเตท แถมเท่านั้นยังไม่พอ เพราะหลังจากที่เขาเรียนไปได้ 2 ปี มหาวิทยาลัยอย่าง มิชิแกน สเตท ก็ทุนการศึกษาให้กับเขาโดยแลกกับการที่เขาจะต้องย้ายเข้ามาเป็นนักกีฬาทีมบาสเกตบอล มิชิแกน สเตท สปาร์ตันส์ หรือทีมประจำมหาวิทยาลัยนั่นเอง
แต่อย่างที่หลาย ๆ คนรู้ว่า การที่จะเป็นนักบาสมหาวิทยาลัยนั้นมันไม่ได้มีเพียงแค่การเล่นบาส แต่มันยังมีอีกหนึ่งเป้าหมายในการคือการเรียน และเพราะตัวของ แอนโธนี่ ยานนี่ นั้นมุ่งมั่นในการเล่นบาสมากจนเกินจึงทำให้เกรดการเรียนของเขาย่ำแย่ แต่ถึงยังนั้นโชคยังดีที่เขายังได้โค้ชอิซโซ่ที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่ 2 ของเขาช่วยพูดให้กำลังใจ แถมจับแอบวางจิตวิทยาเบา ๆ ว่า กำลังมีแมวมองจาก NBA จับตามองเขาอยู่
ซึ่งคำพูดนี้ของโค้ชนี่เองที่ส่งผลให้ตัวของ แอนโธนี่ ยานนี่ พยายามพัฒนาทักษะในทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการเรียนในคณะสังคมศึกษา รวมไปถึงฟอร์มในสนาม เพราะในฤดูกาล 2011 – 2012 ชายร่างยักษ์คนนี้ได้ลงเล่นมากถึง 21 เกม และทำไปได้ 3 แต้ม รวมถึงอีก 7 รีบาวด์ จนได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัล Unsung Player Award หรือ รางวัลผู้เล่นปิดทองหลังพระ นั่นเอง
จากสถิติต่าง ๆ ของ แอนโธนี่ ยานนี่ ที่สร้างเอาไว้ในสนามนี้เองที่มันทำให้เขากลายเป็นนักบาส NCAA อย่างเต็มตัว และยังกลายนเป็นผู้มีอาการออทิสติกคนแรกในโลกที่ทำได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วเขาคนนี้ยังร่วมกับทีมตะลุยไปจนถึงศึกใหญ่ที่สุดในประเทศอย่าง ไฟนอล โฟร์ ซึ่งจะเป็นการคัดเอาทีมที่ดีที่สุด 4 ทีมของประเทศมาแข่งกันอีกด้วย
แต่สุดท้ายแล้วตัวของ แอนโธนี่ ยานนี่ ก็ไม่ได้ถูกดราฟต์เข้าสู่ NBA เหมือนตามไอดอลที่เขาใฝ่ฝันเอาไว้ แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่เรื่องน่างเสียดายเลยสักนิดที่บาสเกตบอลได้พาตัวเขามาได้ไกลถึงขนาดนี้ dunkswin9