หากพูดถึงเรื่องราวของรองเท้าบาสที่ยิ่งใหญ่ และ ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกของแฟชั่นแนวสตรีทแล้วละก็ เราเชื่อว่าคนที่ติดตามเว็บไซต์ของเรามาโดยตลอดคงจะรู้กันดีว่า หนึ่งในรองเท้าที่เรามักจะพูดถึง และ มีบทความเกี่ยวกับรองเท้านี้อยู่บ่อย ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นรองเท้าอย่าง Air Jordan
ซึ่งเพราะความสำเร็จของมันนี้เองที่มันได้ถูกสั่งผลิตออกมาเรื่อย ๆ และเกือบทุกรุ่นก็มักจะขายดีอย่างเทน้ำ เทท่า เลยทีเดียว แต่คุณเคยตั้งคำถามไว้ในใจหรือไม่ว่า รองเท้าที่ได้รับความนิยมาโดยตลอดอย่างนี้ รุ่นไหนคือรุ่นที่สามารถทำยอดขายได้มากที่สุด และ รุ่นไหนคือรุ่นที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก ซึ่งถ้าหาคุณเราจะขอบอกให้ทุกคนได้ทราบกันตรงนี้เลยว่ารองเท้าในตระกูลที่ขายดีที่สุด และ ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกนั่นก็คือรองเท้าอย่าง Air Jordan XI
ซึ่งเพราะอะไรทำไม่มึน Air Jordan XI ถึงได้รับการยอมรับจากทุกคน และ สามารถทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ในวันนี้เราจะร่วมกันเพื่อไปศึกษาและ ค้นคว้าถึงเรื่องราวของมันกัน
โดยเรื่องราวของรองเท้า Air Jordan XI ตัวนี้เราต้องขอย้อนกลับไปกันไกลสักหน่อย
โดยเราจะขอให้คุณไปสตาร์ทตั้งต้นกันที่เรื่องราวในปี 1993 ซึ่งในตอนนั้นมันคือช่วงเวลาอันสุดแสนวิเศษของชายอย่าง ไมเคิล จอร์แดน ที่สามารถทำผลงานได้อย่างพีคสุด ๆ และไล่ล่าแชมป์กับทีมอย่า ชิคาโก บูลส์ อย่างสนุกมือจนทำให้ทีมสามารถที่จะคว้าแชมป์ได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน
โดยในตอนนั้นตัวของ จอร์แดน นั้นมีอายุอยู่ประมาณ 30 ปี ซึ่งอายุนี้ยังถือได้ว่ายังไม่ได้แก่เกินไปสำหรับกีฬาอย่างบาสเกตบอล แต่แล้วเรื่องราวสุดช็อคก็ได้เกิดขึ้น เมื่อ เจมส์ จอร์แดน คุณพ่อของจอร์แน ได้เสียชีวิตจากการลอบยิงเพื่อชิงทรัยพ์ และแน่นอนว่าเหตุการณ์นี้มันได้สร้างผลกระทบทางจิตใจให้ จอร์แดน เป็นอย่างมาก และทำให้เขาคนนี้ตัดสินใจที่จะประกาศออกมาลาวงการบาสเกตบอล หลังจากนั้นจอร์แดนก็หันเหตัวเองไปเล่นกีฬาอย่างเบสบอลซึ่งเขาให้เหตุผลว่า กีฬาเบสบอล คือกีฬาที่คุณของเขาวาดฝันว่าอยากจะเห็น จอร์แดน ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่วัยเด็ก ดังนั้นการกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นเบสบอลมันก็เปรียบเสมือนการเยียวยาบาดแผลในใจบางอย่าง รวมถึงได้ทำในสิ่งที่พ่อของเขาอยากเห็น โดยทิ้งชื่อเสียงจากกีฬาบาส และ รองเท้ายอดฮิตของเขาอย่าง Air Jordan ไว้เบื้องหลัง
ตัวของ ทิงเกอร์ ฮาตฟิลด์ ยังแอบมีความมั่นใจอยู่ลึก ๆ ว่า เพื่อนซี้ของเขาคนนี้จะต้องกลับมาสู่เวทีของ NBA
อย่างแน่นอน เขาจึงได้แอบออกแบบรองเท่า Air Jordan XI เอาแบบเงียบ ๆ แถมเขายังลงทุน ลงแรงกับมันเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะสร้างรองเท้ารุ่นนี้ให้สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อรอการต้อนรับเพื่อนรักของเขา และวันเวลาก็ล่วงเลยไปถึง 3 ปี จนกระทั่งวันที่ 18 มีนาคม ปี 1995 ก็ได้มีเอกสารแฟกซ์ส่งไปตามที่ต่างซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับ NBA โดยในแฟ็กซ์นั้นระบุเนื้อหาเพียงสั้นว่า “I’m back” หรือ “ผมกลับมาแล้ว”
แน่นอนว่าถ้าตอนนั้นมีทวิตเตอร์แล้วละก็ เราเชื่อเลยว่าข่าวกลับมาเล่นของจอร์แดนจะต้องขึ้นสู่อันดับหนึ่งของทวิตเตอร์ได้อย่างไม่ยากเย็นแน่นอน ซึ่งทุกคนต่างก็รู้สึกดีที่จะได้เห็นชายคนนี้กลับมาวาดลวดลายอีกครั้ง และแน่นอนว่าหนึ่งในคนที่รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากก็คงจะหนีไมพ้นดีไซเนอร์คู่บุญ และ ยังพ่วงตำแหน่งเพื่อนซี้อย่าง ทิงเกอร์ ฮาตฟิลด์ ซึ่งในตอนนั้นตัวต้นแบบของ Air Jordan XI ก็เสร็จเรียบร้อยนพร้อมที่รอฉลองการกลับมาของเขาคนนี้อยู่แล้ว
โดย ทิงเกอร์ ฮาตฟิลด์ ได้ใช้วัสดุอย่าง Ballistic Mesh มาเป็นส่วนผสมที่ ทำให้ความแข็งแรง
และ ความยืดหยุ่นสามารถผสมผสานกันอได้อย่างลงตัว เพราะว่าตัวของ จอร์แดน มักจะพูดอยู่เสมอว่าเขาต้องการรองเท้าที่รองรับแรงกระโดดได้อย่างไม่มีข้อจำกัด จึงทำให้ Air Jordan XI มีการเสริมแผ่นสปริงคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งช่วยให้ได้แรงบิดที่ดีขึ้น แถมตัวของแผ่นสปริงยังทำด้วยพลาสติกทนทาน ทำให้เหมาะสำหรับเกม NBA ที่ต้องเจอกับเกมอันหนักหน่วง นอกจากนั้นรุ่นนี้ยังเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้หนังแก้ว เพื่อเสริมความแววาว และ ยืดหยุ่นสูงอีกด้วย มันเลยทำให้รองเท้ารุ่นนี้ดูเป็นทางการ และ สามารถสวมใส่ไปได้ทุกที่
ทว่าแม้รองเท้า Air Jordan XI นี้จะออกแบบมายอดเยี่ยมแบบสุด ๆ แต่ทว่ามันก็เพียงต้นแบบเท่านั้น ซึ่งทั้งทาง Nike และ ทิงเกอร์ ฮาตฟิลด์ ต่างก็มองเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า จอร์แดนยังไม่ควรที่จะสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ประเดิมในเกมการแข่งขัน แต่ทว่ากลับเป็นตัวของ จอร์แดน เองที่ยืนยันว่าเขาจะใส่มันทันที จนทำให้คนทั้งโลกได้เห็นรองเท้าคู่นี้เป็นครั้งแรกในเกมการ เพลย์ ออฟ รอบที่ 2 ซึ่งเป็นการพบกันของ ชิคาโก บูลส์ กับ ออร์แลนโด้ เมจิค แต่ทว่าแมตซ์นี้มันกลับเปิดตัวไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะ เกมนั้น ชิคาโก บูลส์ ได้พ่ายแพ้ต่อ ออร์แลนโด้ และเป็นการแพ้ในรอบเพลย์ออฟครั้งแรกของตัว ไมเคิล นับตั้งแต่ปี 1990
แต่หลังจากฤดูกาลอันน่าผิดหวังได้ผ่านพ้นไป กลับกลายเป็นว่าฤดูกาลใหม่มันก็ได้กลายเป็นฤดูกาลสร้างตำนานอันน่าจดจำ เพราะในฤดูกาล1995-1996 จอร์แดนได้ใส่ร Air Jordan XI รุ่นนี้ทำศึกตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งในยุคนั้นมันคือตำนานของทีมอย่าง ชิคาโก้ บูลส์ เพราะยุคนั้นมันคือคือยุคของ The Magic Trio ที่เป็นการเล่นประสานกันรจอง ไมเคิล จอร์แดน, สก๊อตตี้ พิพเพ่น, และเดนนิส ร็อดแมน จนทำให้พวกเขาครองสถิต ชนะ 72 แพ้ 10 ตลอดฤดูกาล แถมสถิตินี้ยังคงทนยาวนานมากกว่า 20 ปี ก่อนที่จะถูกทำลายลงด้วยอีกหนึ่งทีมโคตรแข็งแห่งยุคนี้อย่าง โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส
ซึ่งในฤดูกาลนั้น ชิคาโก้ บูลส์ สามารถคว้าแชมป์ NBA ไปได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะในรอบเพลย์ ออฟ
พวกเขาแพ้ไปเพียงแค่ 3 เกมเท่านั้น แถมตัวของ จอร์แดน เองก็สามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม จนคว้ารางวัลผู้เล่น MVP ประจำฤดูกาลไปครอง นอกจากนั้นในปีเดียวกันยังมีอีกหนึ่งภาพเหตุกาณ์นั่นก็คือ ภาพหลังจบเกมที่ ชิคาโก้ บูลส์ สามารถเอาชนะ ซีแอตเทิล ซูเปอร์โซนิคส์ หรือ โอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ ในปัจจุบัน ไปได้สำเร็จ โดยภาพในตอนนั้นก็คือ ภาพของจอร์แดนที่นอนอยู่บนพื้นของห้องแต่งตัว โดยมือซ้ายกอดลูกบาสไว้ และ เขาก็หลั่งน้ำตาออกมา และแน่นอนว่า รองเท้าที่เขาใส่อยู่ตอนนั้นก็คือ Air Jordan XI
ซึ่งภาพนี้เองแหละที่ได้กลายเป็นภาพในตำนานของสื่อหลาย ๆ แห่ง และแน่นอนว่ามันย่อมส่งผลต่อรองเท้ารุ่น Air Jordan XI นี้ จนทำให้รองเท้ารุ่นนี้ได้รับคะแนนความนิยมแบบชุดไม่อยู่
เกมส์ออนไลน์แนะนำ >>> ไฮโลไทย