อีกหนึ่งเหตุสลดที่เราเชื่อว่ามักจะเป็นข่าวที่เราได้ยินอยู่บ่อย ๆ จากประเทศอเมริกาก็คงจะหนีไม่พ้นเหตุสลดอย่างเหตุกราดยิง ซึ่งถ้าถามว่าทำไมส่วนใหญ่ปัญหานี้ถึงเกิดขึ้นที่ประเทศอเมริกาบ่อย ๆ มันก็คงจะเป็นที่ประเทศอเมริกานั้นมีกฎหมายในการซื้ออาวุธปืนของบางรัฐที่ไม่ค่อยเข้มงวดพอ จนทำให้หลาย ๆ คนสามารถที่จะซื้อปืนเพื่อมากระทำเหตุดังกล่าวได้ง่าย ๆ
และแน่นอนว่าประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อเหตุกราดยิงแบบนี้ และได้มีการรณรงค์ และ เรียกร้องต่าง ๆ มากมายจากคนทั่วทุกวงการ และ หนึ่งในนั้นก็มาจากคนในวงการ NBA อย่าง สตีฟ เคอร์
โดยเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวของ สตีฟ เคอร์ เฮดโค้ชผู้พาโกลเด้นสเตท วอร์ริเออร์ส ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมายต้องออกมาพูดนั้นก็คือ การเกิดเหตุที่ชายชื่อ ซัลวาดอร์ รามอส ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 18 ได้เอาปืนไรเฟิล AR-15 เข้าไปกราดยิงในโรงเรียนประถมที่เท็กซัสจนที่มีเด็ก ๆ และครู เสียชีวิตไปถึง 21 และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่า เมื่อชีวิตคนมันมีค่ามากกว่าบาส
ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับพ่อของ สตีฟ เคอร์
ตัวของ สตีฟ เคอร์ นั้นค่อนข้างที่จะปมเกี่ยวกับเรื่องอาวุธปืนอยู่แล้ว เพราะว่าตอนเขาอายุได้ 18 ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาสู่เวที NBA คุณพ่อของ สตีฟ เคอร์ อย่าง มัลคอล์ม เคอร์ ซึ่งทำอาชีพเป็นศาสตราจารย์ภาควิชาชีวเคมีได้ถูกคนร้ายบุกเอาปืนมายิงที่ศีรษะจนเสียชีวิตที่มหาวิทยาลัย ซึ่งเหตุการณ์นี้มันค่อนข้างสะเทือนใจครอบครัว รวมถึงตัวของ สตีฟ เคอร์ มากเลยทีเดียวดังนั้นมันจึงไม่แปลกใจเลยว่า เหตุการณ์ที่มีอาวุธปืนมาเกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษา จะเป็นอะไรที่ไปกระตุ้นให้ความเจ็บปวดลึก ๆ ของสตีฟ เคอร์
แถมเหตุกราดยิงยังเกิดขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งมันเกิดขึ้นก่อนที่ NBA Playoffs รอบชิงแชมป์สายตะวันตกนัดที่ 4 ซึ่งจะเป็นการเจอกันของ โกลเด้นสเตท วอร์ริเออร์ส และ ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อตัวของ สตีฟ เคอร์ ได้ยินข่าวนี้มันก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างสะเทือนใจเขาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
และหลังจากที่ตัวของ สตีฟ เคอร์ ได้เข้ามาสู่ห้องแถลงข่าวถึงความพร้อมก่อนเกมที่พวกเขาจะได้แข่งกับ ดัลลัส แมฟเวอร์ริกส์ สิ่งที่เขาได้เริ่มกล่าวกับสื่อก็กลับไม่ได้เกี่ยวกับค่ำคืนที่จะแข่งขัน แต่กลับเป็นเรื่องราวของเหตุการณ์ยิงในโรงเรียนประถมที่เท็กซัส
คำถามของนักข่าวเกี่ยวกับเกมไม่สำคัญต่อไปแล้ว
โดยตัวของ สตีฟ เคอร์ ได้กล่าวโดยสรุปว่า เกมการแข่งขันในคืนนี้ที่จะเกิดขึ้นพวกเขาก็ยังคงเล่นสไตล์เดิม แต่ทว่าคำถามเกี่ยวกับบาสเกตบอลในคืนนี้มันไม่สำคัญใด ๆ อีกต่อไปแล้ว เพราะว่าเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นมันสำคัญกว่า ซึ่งตัวของเขาค่อนข้างจะเบื่อหน่ายกับการที่ต้องมานั่งแสดงความเสียใจให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพียงเพราะว่าตัววุฒิสมาชิก 50 คนของรัฐบาล ดันไปปฏิเสธไม่ยอมโหวตกฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน ซึ่งที่ไม่ยอมโหวตเกี่ยวกับกฎหมายนี้ ก็เพียงเพราะว่าตัวของวุฒิสมาชิกเหล่านั้นมัวแต่ห่วงอำนาจของตัวเอง
โดยสำหรับคนที่ไม่รู้ว่ากฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนที่ สตีฟ เคอร์ กล่าวถึงคืออะไร เราจะขอมาขยายความตรงนี้ให้ฟัง โดยประเด็นเรื่องนี้จะเกี่ยวกับกฎหมายที่มีชื่อว่า HR-8 ซึ่งจะระบุเอาไว้ว่า ทุกคนที่ซื้อปืนจะต้องโดนตรวจสอบประวัติย้อนหลังว่าเคยต้องโทษและมีอายุถึงหรือไม่
ร้านขายปืนหาง่ายกว่าร้านฟาสต์ฟู้ด
ซึ่งความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยทางฝั่งหนึ่งก็คือกลุ่มคนอย่าง สตีฟ เคอร์ นี่แหละที่มองว่าอย่างน้อยการที่ใครจะซื้อปืน มันก็ควรที่จะซื้อยากกว่านี้สักหน่อย ไม่ใช่ว่าจะขอเพียงแค่มีอายุถึง แล้วกำเงินไปซื้อได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกฎหมายในหลาย ๆ รัฐนั้นขอเพียงแค่คุณมีอายุถึง 18 ปี คุณก็สามารถที่จะเลือกช้อปปิ้งปืนมาใช้ได้อย่างสะดวกแล้ว ส่วนถ้าใครถามว่าในอเมริกานั้นมีร้านขายปืนมาน้อยขนาดไหน เราก็ต้องบอกว่ามีเยอะมาก เพราะว่าร้านขายปืนอเมริกานั้นมีทั้งหมด
58,775 ร้าน ส่วนร้านฟาสต์ฟู้ดที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง แมคโดนัลด์ ซึ่งมีสาขาเยอะที่สุดยังมีเพียงแค่ 14,155 สาขาเท่านั้น
จนทำให้มีคนแซวกันว่า คนอเมริกันสามารถหาซื้อปืนได้มากกว่ากินแมคโดนัลด์
สตีฟ เคอร์ พูดถึงเคสของ ซัลวาดอร์ รามอส ที่เป็นผู้ก่อเหตุที่มีอายุถึง 18 ปั๊บเขาก็ตรงดิ่งเข้าไปซื้อปืนไรเฟิล พร้อมกับกระสุนปืนในทันที และหลังจากนั้นเขาก็นำมันมาก่อเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมในเวลาต่อมา ซึ่งถ้ากฎหมาย HR-8 ที่ตัวของ สตีฟ เคอร์ พูดถึงผ่าน การจะซื้อปืนและกระสุนมากขนาดนี้ มันจะแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติ และมันอาจจะทำให้รัฐสามารถตรวจสอบป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น
กฎหมายที่ลดเสรีภาพ
แต่ถามว่ากฎหมายที่ สตีฟ เคอร์ เห็นด้วยอย่าง HR-8 ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีทุกคนเห็นด้วย เพราะว่ายังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่า การกระทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการลิดรอนเสรีภาพ เพราะบางทีผู้ที่มีอายุ 18 ปี เองก็อยากที่จะซื้อปืนเอาไปล่าสัตว์ , ซ้อมยิงเป้า หรือ ป้องกันตัวก็เป็นได้ แต่ถ้าหากมีกฎหมายนี้ขึ้นมาแล้วทางรัฐมองว่าตัวผู้ซื้อไม่มีคุณสมบัติทางรัฐก็มีสิทธที่จะยึดปืนไปจากคุณได้ ดังนั้นมันจึงกลายเป็นสิ่งที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั่นเอง
แต่ถึงแบบนั้นแล้วการที่ตัวของสตีฟ เคอร์ตัดสินใจมาพูดเรื่องนี้ในค่ำคืนก่อนการแข่งขันต่อหน้านักข่าวหลาย ๆ สำนัก นั่นก็คือสิ่งที่แสดงให้เห็นแล้วว่าตัวของ สตีฟ เคอร์ นั้นมองว่าเมื่อชีวิตคนมันมีค่ามากกว่าบาส